Cloudflare เปิดตัว Kitesurf เบราว์เซอร์สำหรับเอเจนต์บน V8 Isolates
เบราว์เซอร์ใหม่ทำงานบน Cloudflare Workers ออกแบบมาเพื่อ AI เอเจนต์ ประหยัดหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 7 เท่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Kitesurf เป็นเบราว์เซอร์สำหรับ AI เอเจนต์ที่ทำงานทั้งหมดบน V8 Isolates ของ Cloudflare Workers
- ประหยัดแรมได้ถึง 7 เท่าและใช้ซีพียูน้อยกว่า Chromium ในงานสกัดข้อมูล
- รองรับเครื่องมือเดิมอย่าง Puppeteer และ Playwright เพียงเพิ่มพารามิเตอร์เดียว
- เปิดให้ใช้งานฟรีในรูปแบบเบต้าบน Browser Run แล้ววันนี้
บริษัท Cloudflare ได้สร้างเสียงฮือฮาในแวดวงเทคโนโลยีด้วยการเปิดตัว Kitesurf เบราว์เซอร์รูปแบบใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ AI เอเจนต์โดยเฉพาะ โดยระบบทั้งหมดทำงานอยู่ภายใน V8 Isolates บนโครงสร้างพื้นฐานของ Cloudflare Workers และเปิดให้ทดลองใช้งานได้ฟรีในรูปแบบเบต้าผ่านทาง Browser Run ซึ่งจำกัดการใช้งานตามโควตาต่อบัญชี
โครงสร้างสถาปัตยกรรมของ Kitesurf ถูกแบ่งออกเป็นส่วนประกอบย่อยที่เป็น Workers แบบไร้สถานะและสามารถทำลายทิ้งได้หลังใช้งาน ยกเว้นส่วน Engine ที่ทำหน้าที่สื่อสารกับภายนอกผ่านทาง Chrome DevTools Protocol บน WebSocket และ HTTP REST พร้อมทั้งจัดเก็บสถานะของแต่ละเซสชันเอาไว้
- PageScript: สร้างขึ้นบน Dynamic Workers โดยแต่ละหน้าเว็บหรือ iframe จะได้รับ isolate เฉพาะตัวที่มี globalThis และ DOM แยกอิสระ
- Blitz และ Stylo: ใช้เอ็นจิ้นเรนเดอร์ Blitz เขียนด้วยภาษา Rust และ Stylo ซึ่งเป็นตัวแยกวิเคราะห์ CSS ของ Firefox
- Boa JS: จัดการคำสั่ง eval ผ่านเอ็นจิ้น Rust ECMAScript เนื่องจาก Workers ไม่รองรับ native eval โดยตรง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของการประมวลผลภาพ PageRenderer จะทำหน้าที่แปลงฉากที่คำนวณแล้วให้อยู่ในรูปของ JPEG, PNG หรือ PDF ผ่านไลบรารี blitz-paint และ Parley สำหรับการจัดรูปแบบข้อความ ขณะเดียวกัน SandboxOutbound จะทำหน้าที่เป็นเพียงส่วนเดียวที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เพื่อควบคุมนโยบาย CORS ตรวจสอบคุกกี้ และปฏิเสธคำขอที่ไม่ปลอดภัยด้วยรหัส 403
การนำ V8 Isolates มาใช้แทนที่เบราว์เซอร์แบบดั้งเดิมถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในแง่ของการจัดการต้นทุนสำหรับภาระงานของ AI เอเจนต์ (Agent Workloads) ที่มักเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ เนื่องจากเบราว์เซอร์ทั่วไปมักบริโภคทรัพยากรเครื่องสูงมาก การลดหน่วยความจำลงเหลือเพียงไม่กี่สิบเมกะไบต์ช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถรันงานอัตโนมัติจำนวนมหาศาลพร้อมกันได้โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานที่สูงเกินจริง
นักพัฒนาสามารถใช้งาน Kitesurf ได้ทันทีโดยแทบไม่มีต้นทุนในการปรับเปลี่ยนระบบ เนื่องจากเครื่องมืออัตโนมัติที่มีอยู่เดิมอย่าง Puppeteer, Playwright และ MCP clients สามารถทำงานร่วมกันได้ เพียงแค่เพิ่มพารามิเตอร์ browser=kitesurf เข้าไปที่จุดสิ้นสุด CDP หรือ Quick Actions API เท่านั้น
นอกจากนี้ Cloudflare ยังมีแผนที่จะเปิดซอร์สโค้ดของ Kitesurf เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำไปติดตั้งใช้งานบนระบบของตนเองได้ โดยในปัจจุบันระบบสามารถเรนเดอร์หน้าเว็บยอดนิยมและแอปพลิเคชันอย่าง TodoMVC, Wikipedia และ Hacker News ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงสามารถรันเกมคลาสสิกอย่าง Doom ได้อีกด้วย
ที่มา: MarkTechPost
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น