วิกฤตไฟป่าเวลส์เผาผลาญธรรมชาติเสียหายหนัก นักอนุรักษ์ชี้อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานนับร้อยปี
หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมเตือนไฟป่าฤดูร้อนนี้ทำลายชั้นดินพีทและระบบนิเวศในเวลส์อย่างรุนแรง อาจใช้เวลานานหลายร้อยปีจึงจะฟื้นตัวได้ พร้อมเพิ่มความเสี่ยงเรื่องอุทกภัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นักอนุรักษ์ระบุพื้นที่ธรรมชาติในเวลส์ที่ถูกไฟป่าทำลายอาจใช้เวลาฟื้นฟู นานหลายร้อยปี
- ชั้นดินพีทที่ถูกเผาทำลายต้องใช้เวลาเติบโตช้ามากเพียงประมาณ 1 มิลลิเมตรต่อปี
- เหตุไฟป่าครั้งใหญ่ในเทือกเขา Rhinogydd เผาผลาญพื้นที่ไปมากกว่า 2,000 เอเคอร์
- ศูนย์อนุรักษ์ Pensychnant สูญเสียพื้นที่ราว 1 ใน 3 และสัตว์เลื้อยคลานไม่สามารถหนีรอดได้
พื้นที่ธรรมชาติหลายแห่งในประเทศเวลส์อาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวยาวนานนับร้อยปี หลังจากเผชิญหน้ากับสถานการณ์ไฟป่าครั้งรุนแรงในช่วงฤดูร้อนนี้ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ สัตว์ป่า และชั้นดินบนพื้นที่สูงอย่างประเมินค่าไม่ได้
นีล ทอมัส จากหน่วยงาน Natural Resources Wales (NRW) เปิดเผยว่า หากดินในพื้นที่สูงที่อุดมไปด้วยพีทถูกเผาทำลายจนหมดสิ้น เนื่องจากพีทเติบโตขึ้นด้วยอัตราเพียงประมาณ 1 มิลลิเมตรต่อปี พืชพรรณและระบบนิเวศจึงอาจต้องใช้เวลานานหลายศตวรรษจึงจะกลับคืนสู่สภาพเดิม พร้อมระบุว่าปี 2026 นี้คือปีที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เวลส์เคยประสบมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกเหนือจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าแล้ว ทอมัสยังได้เตือนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นจากปัญหาอุทกภัย เนื่องจากดินที่สูญเสียไปจะไม่ทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำในการกักเก็บน้ำบนพื้นที่สูงอีกต่อไป โดยในช่วงฤดูร้อนนี้ เวลส์เผชิญไฟป่าขนาดใหญ่หลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ที่ต้องประกาศเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินและมีการอพยพชาวบ้านในเทศมณฑล Conwy
ในเทือกเขา Rhinogydd ของ Gwynedd ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตรักษาพันธุ์ธรรมชาติแห่งชาติและพื้นที่อนุรักษ์พิเศษ เพลิงได้ลุกไหม้อยนานเกือบ 2 สัปดาห์และส่งผลกระทบต่อพื้นที่มากกว่า 2,000 เอเคอร์ ขณะที่เหตุไฟป่าอีกจุดใน Blaenavon เมือง Torfaen สามารถได้กลิ่นควันลอยไปไกลถึงเมืองคาร์ดิฟฟ์เลยทีเดียว
เหตุการณ์ไฟป่าในพื้นที่สูงของสหราชอาณาจักรไม่ได้ทำลายแค่ต้นไม้ใบหญ้า แต่ยังส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อชั้นดินพีท (Peatland) ซึ่งถือเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนธรรมชาติที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมื่อชั้นดินนี้ถูกเผาไหม้ นอกจากจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมหาศาลสู่อากาศแล้ว ยังทำลายโครงสร้างทางอุทกศาสตร์ ทำให้ผืนดินสูญเสียความสามารถในการอุ้มน้ำ นำไปสู่ปัญหาดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันในชุมชนพื้นที่ต่ำด้านล่างได้ง่ายขึ้น
สถานการณ์ความเสียหายยังลามไปถึงศูนย์อนุรักษ์ Pensychnant ซึ่งสูญเสียพื้นที่ไปประมาณ 1 ใน 3 จากทั้งหมด 150 เอเคอร์ โดย จูเลียน ทอมป์สัน ผู้ดูแลศูนย์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่มานาน 36 ปี ระบุว่าความร้อนจากไฟป่าทำให้ชั้นดินกลายเป็นฝุ่นผงลึกลงไปจนถึงชั้นหิน
"สิ่งเหล่านี้ เช่น งู แอดเดอร์ สัตว์เลื้อยคลาน พวกมันไม่สามารถหนีรอดได้ ดังนั้นพวกมันจะถูกทำลาย แมลงไม่มีกระดูกสันหลังทั้งหมดจะถูกทำลาย นี่คือสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับพวกมัน ดังนั้นบนผืนดินของเรา... พวกมันจึงถูกทำลายไปหมดแล้ว"
จูเลียน ทอมป์สัน ผู้ดูแลศูนย์อนุรักษ์ Pensychnant
อีวี โรเบิร์ตส ช่างเงินและผู้สอนทำเครื่องประดับที่ศูนย์อนุรักษ์ ย้ำเตือนว่าผู้คนจำเป็นต้องเรียนรู้และตระหนักว่าทุกการกระทำมีความรับผิดชอบตามมา การทิ้งขวดแก้วหรือก้นบุหรี่อาจกลายเป็นชนวนเหตุที่สร้างความเสียหายระดับมหันต์ และการให้การศึกษาแก่ประชาชนคือหัวใจสำคัญในการหยุดยั้งวิกฤตนี้
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น