โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งเก็บภาษี 15% โพลีซิลิคอน สกัดจีน
สหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีและกำหนดราคารับซื้อขั้นต่ำนำเข้าโพลีซิลิคอน วัตถุดิบสำคัญทำชิปและโซลาร์เซลล์ เพื่อปกป้องผู้ผลิตในประเทศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โดัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งบริหารเก็บภาษีสินค้านำเข้าโพลีซิลิคอน 15%
- มาตรการดังกล่าวมุ่งปกป้องผู้ผลิตในสหรัฐฯ และสกัดการแข่งขันจากจีน
- สหรัฐฯ กำหนดราคารับซื้อขั้นต่ำควบคู่ไปกับมาตรการภาษีเพื่อสกัดการทุ่มตลาด
- มาตรการทั้งหมดพร้อมมีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคมนี้
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อบังคับใช้มาตรการเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 15% สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโพลีซิลิคอน ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบหัวใจสำคัญในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และแผงโซลาร์เซลล์ โดยมาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการไต่สวนด้านความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับการผลิตวัตถุดิบดังกล่าวในต่างประเทศ
นอกเหนือจากอัตราภาษี 15% แล้ว คำสั่งดังกล่าวยังมีการกำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับการนำเข้าโพลีซิลิคอนและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย โดยมีความตั้งใจหลักเพื่อช่วยเหลือและปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศสหรัฐฯ ที่กำลังเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่รุนแรงยิ่งขึ้นจากอุตสาหกรรมชิปของประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นความขัดแย้งสำคัญระหว่างสองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางด้านสถานเอกอัครราชทบวงจีนประจำกรุงวอชิงตัน ได้ออกมาโต้แย้งว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการรบกวนห่วงโซ่การค้าทวิภาคีอย่างรุนแรง และรัฐบาลปักกิ่งจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องบริษัทของตนเอง พร้อมระบุว่าวอชิงตันกำลังใช้อำนาจรัฐในทางที่ผิดเพื่อเล่นงานธุรกิจจีน และลัทธิคุ้มครองทางการค้าจะไม่ช่วยให้สหรัฐฯ มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
ทัพป์เปิดเผยผ่านคำสั่งดังกล่าวว่า ตนได้ยอมรับคำแนะนำของ ฮาวาร์ด ลุทนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการกำหนดราคาขั้นต่ำและภาษีนำเข้า 15% โดยมาตรการเหล่านี้มีกำหนดการบังคับใช้ในเดือนธันวาคม และรัฐบาลสหรัฐฯ จะมีการมอบแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นการผลิตภายในประเทศเพิ่มเติมด้วย
"การปล่อยให้บริษัทต่างชาติทำให้ผู้ผลิตโพลีซิลิคอนของสหรัฐฯ อ่อนแอลงเป็นเวลาหลายทศวรรษ"
โดนัลด์ ทรัมป์
ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า ในอดีตสหรัฐฯ เคยครองส่วนแบ่งการผลิตโพลีซิลิคอนทั่วโลกถึง 50% ในปี 2005 แต่ตัวเลขดังกล่าวได้ดิ่งลงเหลือไม่ถึง 2% ในปี 2024 เนื่องจากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ขณะที่ปัจจุบันประเทศจีนครองส่วนผูกขาดในตลาดการผลิตโพลีซิลิคอนเกือบทั้งหมด ทำให้บริษัทอย่าง Hemlock Semiconductor และ Wacker Chemie น่าจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากคำสั่งนี้
การจำกัดการเข้าถึงโพลีซิลิคอนถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากชิปประมวลผลคือหัวใจหลักของเทคโนโลยีดังกล่าว ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ และจีนเคยเผชิญหน้ากันในสงครามภาษีมาอย่างต่อเนื่อง และการประกาศมาตรการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าวอชิงตันยังคงเดินหน้าใช้มาตรการกีดกันทางการค้าเพื่อสกัดกั้นการเติบโตทางเทคโนโลยีของจีนอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เคยใช้มาตรการจำกัดการนำเข้าโดรนและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาแล้ว ขณะที่จีนเองก็ตอบโต้ด้วยการควบคุมการส่งออกโดรนและตรวจสอบความมั่นคงของอุปกรณ์สำนักงานเช่นกัน
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น