นายกฯ เผยเหตุกราดยิงดับ 8 ศพ ปมเครียดเรียน-เตรียมการมาดี
นายอนุทินเผยเหตุสะเทือนขวัญมีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย บาดเจ็บกว่า 30 ราย พร้อมระบุผู้ก่อเหตุมีความเครียดและมีการวางแผนมาล่วงหน้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เหตุการณ์สะเทือนขวัญมีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 30 ราย
- ผู้ก่อเหตุเริ่มลงมือทำร้ายปู่และย่าที่บ้านพักก่อนลุกลาม
- เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนพบผู้ก่อเหตุมีความเครียดเรื่องการเรียนและมีการวางแผนมาอย่างดี
- นายกฯ เตรียมหารือ ผบ.ตร. เข้มงวดมาตรการตรวจค้นอาวุธปืนในที่สาธารณะ
จากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ล่าสุดนายอนุทินเปิดเผยถึงเหตุการณ์กราดยิงที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 8 ราย รวมถึงคุณปู่และคุณย่าของผู้ก่อเหตุเอง ส่วนตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บมีมากกว่า 30 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการสาหัสที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดถึง 9 ราย ซึ่งขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและข้อมูลจากเพื่อนสนิทของผู้ก่อเหตุ ระบุตรงกันว่ามูลเหตุสำคัญน่าจะมาจากความเครียดเรื่องการเรียน เนื่องจากครอบครัวมีความคาดหวังสูง โดยมีคุณย่าซึ่งมีอาชีพเป็นครูคอยกวดขันอย่างเข้มงวดเพื่อให้ผลการเรียนออกมาดี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบว่าเหตุการณ์นี้มีการเตรียมการมาอย่างเป็นขั้นตอนและมีเป้าหมายที่ชัดเจน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะและปัญหาความเครียดของเยาวชนถือเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก การที่ผู้มีอำนาจระดับสูงออกมาระบุถึงการเตรียมมาตรการตรวจสอบอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้นผ่านการตั้งด่านตรวจ จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกันและควบคุมการพกพาอาวุธปืนไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียซ้ำรอยในอนาคต
ในส่วนของอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้น ตรวจสอบพบว่าเป็นปืนที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายซึ่งเป็นของคุณปู่ โดยเพื่อนของผู้ก่อเหตุให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุเคยโพสต์ภาพอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวลงในแพลตฟอร์มอินสตาแกรมด้วย
ท้ายที่สุด เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงมาตรการควบคุมการพกพาอาวุธปืน นายอนุทินระบุว่าจะต้องมีการหารือร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพิ่มเติม เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันมีความชัดเจนอยู่แล้วว่าประชาชนทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ และจากนี้ไปจะมีการสั่งการให้มีการตรวจสอบอาวุธปืนอย่างเข้มงวดตามจุดตรวจต่างๆ หากพบผู้กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น