ข้ามไปเนื้อหาหลัก

โดนัลด์ ทรัมป์ ลุยรอบใหม่ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารจำกัดสิทธิ์การได้สัญชาติอเมริกันโดยการเกิด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคลื่อนไหวอีกครั้งด้วยการลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร 2 ฉบับในวันพฤหัสบดี เพื่อจำกัดสิทธิ์การได้สัญชาติโดยการเกิดและสกัดการท่องเที่ยวคลอดบุตร แม้ก่อนหน้านี้ศาลสูงสุดจะเพิ่งตีตกความพยายามลักษณะเดียวกันไปเมื่อเดือนมิถุนายน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
07 Aug 2026ที่มา: BBC World3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
โดนัลด์ ทรัมป์ ลุยรอบใหม่ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารจำกัดสิทธิ์การได้สัญชาติอเมริกันโดยการเกิด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร 2 ฉบับเมื่อวันพฤหัสบดีเพื่อจำกัดสิทธิ์สัญชาติโดยการเกิด
  • คำสั่งฉบับแรกพุ่งเป้าขยายข้อยกเว้นไม่ให้สิทธิ์แก่เด็กที่เกิดจากพ่อแม่ต่างชาติในบางกลุ่ม
  • คำสั่งฉบับที่สองสั่งแบนการเดินทางมาคลอดบุตรในสหรัฐฯ หรือที่เรียกว่า Birth Tourism
  • ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ เพิ่งตัดสินให้คำสั่งเก่าในปี 2025 ของทรัมป์ตกไป

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เดินหน้าผลักดันมาตรการจำกัดสิทธิ์การได้สัญชาติโดยการเกิด (Birthright Citizenship) อีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากที่ความพยายามครั้งก่อนในรอบปี 2025 ถูกศาลสูงสุดตัดสินปฏิเสธไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้ เขาได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารรวมจำนวน 2 ฉบับ เพื่อมุ่งปิดช่องโหว่และจำกัดกลุ่มบุคคลที่เด็กเกิดมาแล้วจะมีสิทธิ์ถือสัญชาติอเมริกันโดยอัตโนมัติ

สำหรับคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับแรก เป็นการขยายขอบเขตและนิยามของชาวต่างชาติที่ไม่มีสิทธิ์ให้บุตรได้รับสัญชาติอเมริกันโดยการเกิด ซึ่งระบุในเอกสารว่าฝ่ายบริหารต้องป้องกันความเสี่ยงจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่พยายามหาประโยชน์จากความใจดีของประเทศ โดยเด็กที่เกิดในแผ่นดินสหรัฐฯ จากพ่อแม่ต่างชาติทั้งสองคนจะไม่ได้รับสัญชาติโดยอัตโนมัติ หากพ่อแม่คนใดคนหนึ่งอยู่ในเงื่อนไขดังต่อไปนี้:

  • เป็นสมาชิกของกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติ
  • เป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างชาติ
  • พยายามได้รับสัญชาติด้วยวิธีการฉ้อโกง
  • อาศัยอยู่ในดินแดนของสหรัฐฯ ที่ไม่มีกฎหมายกลางกำหนดเรื่องสัญชาติไว้ เช่น เปอร์โตริโก

Washington DC federal building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ส่วนคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับที่สองุ่งเป้าไปที่การจัดการกับการท่องเที่ยวคลอดบุตร (Birth Tourism) ซึ่งหมายถึงการที่หญิงตั้งครรภ์เดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ เพื่อให้กำเนิดบุตรส่งผลให้เด็กได้สัญชาติอเมริกัน โดยระหว่างการแถลงข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ในวันพฤหัสบดี ทรัมป์กล่าวอ้างว่ามีเด็กหลายแสนคนถือกำเนิดขึ้นในสหรัฐฯ ผ่านกระบวนการท่องเที่ยวลักษณะดังกล่าว

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ความคิดคือการที่ผู้คนเข้ามาที่นี่โดยแสร้งทำเป็นนักท่องเที่ยว แสร้งทำเป็นผู้มาเยือน"

สตีฟ มิลเลอร์

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวมีความขัดแย้งกับข้อมูลจากสถาบันนโยบายการย้ายถิ่นฐาน (Migration Policy Institute) ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัยอิสระ โดยทางสถาบันระบุว่าจากการประเมินตามสำมะโนประชากรในขอบเขตกว้างที่สุด มีเด็กที่เกิดจากกระบวนการท่องเที่ยวคลอดบุตรประมาณ 22,000 ถึง 26,000 คนต่อปี ขณะที่ข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาลชี้ว่าในปี 2024 มีเด็กเกิดจากมารดาที่มีที่อยู่ต่างประเทศจำนวน 9,600 คนเท่านั้น

26,000จำนวนเด็กสูงสุดต่อปีจากการประเมินของสถาบันอิสระ
9,600จำนวนเด็กเกิดจากแม่ที่อยู่ต่างประเทศในปี 2024

สิทธิ์การได้สัญชาติโดยการเกิดในสหรัฐฯ หรือที่เรียกตามกฎหมายว่า Birthright Citizenship ถูกบัญญัติไว้ในบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาฉบับที่ 14 (14th Amendment) ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญทางกฎหมายที่คุ้มครองผู้ที่เกิดในสหรัฐฯ ให้ได้รับสัญชาติโดยอัตโนมัติ ความพยายามของฝ่ายบริหารในการใช้คำสั่งประธานาธิบดีหรือกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองมาจำกัดสิทธิ์ส่วนนี้ จึงมักเผชิญหน้ากับความท้าทายทางกฎหมายและการตรวจสอบจากศาลสูงสุด เนื่องจากขัดแย้งกับหลักการรัฐธรรมนูญเดิมที่ถูกตีความมาอย่างยาวนาน

ทางด้าน สตีฟ มิลเลอร์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและรองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวด้านนโยบาย ได้ชี้แจงเพิ่มเติมเคียงข้างประธานาธิบดีว่า ผู้นำสหรัฐฯ มีอำนาจตามกฎหมายคนเข้าเมืองและสัญชาติ (Immigration and Nationality Act) ในส่วนที่เปิดช่องให้ประธานาธิบดีสามารถกำหนดข้อยกเว้นและข้อจำกัดของผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศได้

ที่มา: BBC World

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้