อนุทินแจงสื่อตปท.ปมยิงในโรงเรียน ชูมาตรการคุมปืน-ถกด่วน ผบ.ตร.
นายกฯ ระบุเหตุเด็ก 14 ก่อเหตุเกิดจากความเครียดและหลายปัจจัย พร้อมเร่งออกกฎหมายคุมปืนเข้มงวดขึ้นและยกระดับความปลอดภัยสถานศึกษา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายอนุทินแจงสื่อต่างชาติปมเด็ก 14 ก่อเหตุยิง ชี้มาจากความเครียดและหลายปัจจัย
- ย้ำอาวุธปืนที่ใช้มีทะเบียนถูกต้องถูกเก็บในบ้านแต่เด็กเข้าถึงได้
- เตรียมผลักดันกฎหมายคุมอาวุธปืนฉบับใหม่ที่เข้มงวดขึ้นหลังรับตำแหน่งนายกฯ
- เรียก ผบ.ตร. และ ผบช.ก. ถอร์ด่วนคาดหารือปราบปืนเถื่อนที่ทำเนียบรัฐบาล
เมื่อเวลา 16.25 น. วันที่ 7 ส.ค. 2569 ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สื่อมวลชนต่างประเทศ เกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจของเด็กอายุ 14 ปี ที่ตัดสินใจก่อเหตุยิงภายในโรงเรียน โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมีเรื่องความเครียดเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุสะเทือนขวัญนี้ขึ้น
เมื่อสื่อต่างชาติตั้งคำถามถึงมาตรการเดิมของรัฐบาลในการควบคุมการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ และเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงยังไม่สามารถป้องกันปัญหาดังกล่าวได้ นายอนุทินชี้แจงว่าการพกพาอาวุธใดๆ ในที่สาธารณะถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายอยู่แล้วในประเทศไทย แต่กรณีนี้มีปัจจัยอื่นร่วมด้วย จึงต้องรอผลการสืบสวนอย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะสรุปและรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ทราบต่อไป
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่อาชญากรรม แต่เกิดจากบุคคลที่มีความเครียด กดดันสะสมมานาน ยืนยันว่าอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง และถูกเก็บไว้ในบ้านทำให้เด็กเข้าถึงได้ แต่เหตุแบบนี้ไม่ใช่เหตุที่เกิดขึ้นในที่สาธารณะ"
อนุทิน ชาญวีรกูล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายกรัฐมนตรีได้ย้อนความถึงช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ตนเคยผลักดันการแก้ไขระเบียบการครอบครองปืนและการอนุญาตพกพาอาวุธในที่สาธารณะ จนกระทั่งออกเป็นประกาศกระทรวงห้ามซื้ออาวุธปืนหากไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ และเมื่อก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หนึ่งในภารกิจเร่งด่วนคือการผลักดันกฎหมายฉบับใหม่เพื่อควบคุมอาวุธปืนให้มีความเข้มงวดมากกว่าเดิม ซึ่งขณะนี้กระบวนการทั้งหมดกำลังดำเนินอยู่
ในมุมมองด้านการบริหารจัดการภาครัฐ การควบคุมอาวุธปืนและการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างมากสำหรับรัฐบาล การพยายามแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติหรือกฎกระทรวงที่เข้มงวดขึ้นควบคู่กับการจัดการปืนเถื่อนและปืนมีทะเบียนที่หลุดรอดมาถึงมือเยาวชน เป็นกลไกสำคัญในการตัดวงจรความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ขณะเดียวกันมาตรการคัดกรองในโรงเรียนต้องสมดุลระหว่างความปลอดภัยและบรรยากาศการเรียนรู้โดยไม่ละเมิดสิทธิเด็ก
ในส่วนของการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา นายอนุทินย้ำว่ามีความจำเป็นต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง ผ่านการคัดกรองการนำอาวุธเข้าโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติจะไม่ถึงขั้นนำเครื่องเอกซเรย์มาตรวจนักเรียนทุกคนเนื่องจากมองว่าไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังระบุว่าประเด็นสุขภาพจิตของเยาวชนส่วนใหญ่มักเป็นลักษณะอารมณ์ชั่ววูบหรือความเฉียบพลันที่ถูกกระตุ้น
ต่อมาเวลา 17.10 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอนุทินได้เดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยคาดว่าเป็นการเรียกประชุมด่วนเพื่อหารือเกี่ยวกับการปราบปรามอาวุธปืนเถื่อน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น