ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ถอดรหัสศิริราชชูเทคโนโลยีรับมือสังคมสูงวัย ในเวที SICMPH 2026

ศิริราชและกระทรวงสาธารณสุขชี้ทางออกวิกฤตงบสุขภาพไทย ย้ำแนวคิด Health Span และเวชศาสตร์วิถีชีวิตรับมือสังคมสูงวัย

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Jul 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
ถอดรหัสศิริราชชูเทคโนโลยีรับมือสังคมสูงวัย ในเวที SICMPH 2026

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ศิริราชเน้นเป้าหมาย Health Span ยืดช่วงชีวิตที่แข็งแรงไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น
  • ค่าใช้จ่ายสุขภาพไทยโตเร็วกว่า GDP สร้างแรงกดดันต่อระบบหลักประกันสุขภาพ
  • กระทรวงสาธารณสุขผลักดันนโยบาย Wellness for All ดูแลครอบคลุมทุกมิติชีวิต
  • เวชศาสตร์วิถีชีวิตมุ่งแก้ต้นเหตุโรค NCDs ด้วยการปรับพฤติกรรม 6 เสาหลัก

การแก่อย่างยังแข็งแรงคือเป้าหมายสำคัญที่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เน้นย้ำบนเวทีเสวนา Wellness for All: Designing Health Across the Spectrum of Life ภายในงานประชุมวิชาการนานาชาติ Siriraj International Conference in Medicine and Public Health 2026 (SICMPH 2026) โดยได้ยกตัวอย่างอาจารย์แพทย์อาวุโสวัยเกือบ 80 ปีที่ยังสามารถเล่นเทนนิสได้ทุกวัน เพื่อเป็นภาพสะท้อนของ Health Span หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีและยืนยาวอย่างแท้จริง

ศ.นพ.อภิชาติ ระบุว่า ศิริราชมีบทบาทในการดูแลคนตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทารก วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงวัยเกษียณ ซึ่งเป็นวงจรชีวิตที่ทุกภาคส่วนต้องดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง หัวใจหลักคือการทำให้ Health Span ยาวนานที่สุด ประชาชนมีความสุข ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น ไม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อย ไม่ต้องกินยา และสามารถใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวและเพื่อนฝูงได้จนถึงวาระสุดท้าย โดยรากฐานนี้ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการดูแลครรภ์ โภชนาการ และการได้รับวัคซีนที่ครบถ้วน

senior health lifestyle prevention medical

อย่างไรก็ตาม โจทย์ใหญ่ที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องเร่งด่วนคือภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจของประเทศอย่างชัดเจน ข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของไทยอยู่ที่ประมาณ 4.5 ถึง 5% ของ GDP แม้จะไม่สูงเท่าค่าเฉลี่ยโลก แต่แนวโน้มที่พุ่งสูงขึ้นบนฐานประชากรสูงวัยที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้ทุกภาคส่วนต้องเตรียมรับมือ ทางออกที่เสนอคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่รอให้ป่วยแล้วมารักษา ไปสู่การป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้ประชาชนดูแลตัวเองตั้งแต่ต้นทาง

74%ของการเสียชีวิตทั้งหมดในไทยมาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
9-13%อัตราการเติบโตของงบประมาณ สปสช. ที่จ่ายให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ในมุมมองของผู้วางนโยบาย นพ.เอกชัย ยอมรับว่าค่ารักษาพยาบาลของไทยสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยงบประมาณที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จ่ายให้โรงพยาบาลเพิ่มขึ้นปีละ 9 ถึง 13% ซึ่งแซงหน้าการเติบโตของงบประมาณแผ่นดิน ส่งผลให้โรงพยาบาลหลายแห่งเผชิญภาวะขาดทุน นพ.เอกชัย ได้นิยามคำว่า Wellness for All ว่าครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ การดูแลตลอดช่วงชีวิต การดูแลในทุกพื้นที่ของการใช้ชีวิต และการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมทั้งสะท้อนบทเรียนจากประเทศญี่ปุ่นที่เข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตั้งแต่ปี 1961 และต้องปรับตัวไปสู่ระบบการร่วมจ่ายเมื่อเผชิญกับภาวะสังคมสูงวัย

การนำเสนอแนวคิดเรื่องการร่วมจ่าย (Co-payment) หรือการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ถือเป็นประเด็นถกเถียงเชิงนโยบายที่สำคัญในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากต้องสร้างสมดุลระหว่างความยั่งยืนทางการเงินของรัฐกับการเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียมของประชาชนทุกกลุ่มรายได้ ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับจุดเปลี่ยนนี้เช่นกัน

ด้าน ร.อ.นพ.ยงยุทธ ได้กล่าวถึงเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ว่าเป็นแขนงหนึ่งของเวชศาสตร์ป้องกันที่มุ่งจัดการที่รากเหตุของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ซึ่งองค์การอนามัยโลกชี้ว่าเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตราว 74% หรือประมาณ 400,000 รายต่อปีในประเทศไทย สรุปได้ว่า 6 เสาหลักของเวชศาสตร์วิถีชีวิตประกอบด้วยการกินอาหารจากพืชเป็นหลักและแปรรูปน้อยที่สุด การเคลื่อนไหวร่างกาย การนอนหลับที่มีคุณภาพ การจัดการความเครียด การหลีกเลี่ยงสารเสพติด และการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้