ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สว. จี้หยุดแชร์ภาพ-เฟคนิวส์เหตุกราดยิง ร.ร.เทพศิรินทร์ จ่อถกวุฒิสภา

น.ส.ภิญญาพัชญ์ วอนหยุดแชร์ภาพความรุนแรงและข่าวปลอมเหตุยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ หวั่นเกิดพฤติกรรมเลียนแบบและซ้ำเติมจิตใจ พร้อมนำเรื่องเข้าวุฒิสภา

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
08 Aug 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
สว. จี้หยุดแชร์ภาพ-เฟคนิวส์เหตุกราดยิง ร.ร.เทพศิรินทร์ จ่อถกวุฒิสภา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • สว. จี้ประชาชนและสื่อหยุดแชร์ภาพความรุนแรงและข่าวปลอมเหตุยิง ร.ร.เทพศิรินทร์
  • เตือนการเผยแพร่ภาพบาดแผลหรือวิธีของผู้ก่อเหตุเสี่ยงสร้างพฤติกรรมเลียนแบบ
  • แนะทุกภาคส่วนเร่งดูแลสุขภาพจิตเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ
  • เตรียมนำเรื่องมาตรการความปลอดภัยและสุขภาพจิตเข้าหารือในวุฒิสภาเมื่อเปิดสมัยประชุม

จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ น.ส.ภิญญาพัชญ์ ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ยังคงดำเนินอยู่ ณ ตอนนี้ รวมถึงการแพร่ระบาดของข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและกระทบต่อความรู้สึกของคนในสังคมอย่างรุนแรง

ด้วยเหตุนี้ จึงได้ออกมาขอความร่วมมือไปยังประชาชนทั่วไปและสำนักข่าวสื่อมวลชนทุกแห่ง ให้ยุติการส่งต่อภาพถ่าย วิดีโอคลิป หรือรายละเอียดเกี่ยวกับบาดแผลและภาพเหตุการณ์ที่น่าหวาดกลัวอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังรวมถึงการงดลงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการก่อเหตุ หรือข้อมูลส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ เพื่อป้องกันผลกระทบที่ตามมา

smartphone social media warning screen Thailand

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

น.ส.ภิญญาพัชญ์ ได้อธิบายถึงเหตุผลที่ไม่ควรแชร์ภาพหรือข้อมูลดังกล่าวว่า นอกเหนือจากการสร้างบาดแผลทางจิตใจซ้ำเติมให้กับครอบครัวของผู้สูญเสียและผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์แล้ว การกระทำดังกล่าวยังมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบในกลุ่มเยาวชน หรือบุคคลที่กำลังเผชิญภาวะสภาวะจิตใจอ่อนแอในขณะนั้น

"การส่งต่อภาพและเนื้อหาที่รุนแรง ไม่เพียงแต่บั่นทอนจิตใจของคนในสังคม แต่ยังอาจกลายเป็นเชื้อชนวนกระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นอีก สังคมต้องช่วยกันตั้งหลักและระมัดระวังในการสื่อสาร เพื่อหยุดวงจรความรุนแรงไม่ให้ขยายวงกว้าง"

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

น.ส.ภิญญาพัชญ์

ในด้านการเยียวยาจิตใจ น.ส.ภิญญาพัชญ์ มองว่าทุกภาคส่วนควรเร่งให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตของเด็ก เยาวชน รวมถึงครูและบุคลากรในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ แม้ว่าก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขจะร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ในการส่งทีมสุขภาพจิตเข้าดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้ได้รับผลกระทบไปแล้วก็ตาม

เหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาและการแพร่ระบาดของข้อมูลบนโลกออนไลน์สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในยุคดิจิทัลที่ข่าวสารแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว มาตรการทางสังคมในการกลั่นกรองเนื้อหา (Digital Literacy) และการตระหนักรู้ถึงผลกระทบทางจิตใจ (Trauma-informed communication) จึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้ความรุนแรงถูกขยายผลผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางสากลในการรับมือกับเหตุกราดยิงที่มักขอความร่วมมือไม่เผยแพร่ชื่อหรือแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุเพื่อลดการสร้างความโด่งดังให้แก่ผู้กระทำผิด

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันภาวะเครียดรุนแรงหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญให้ครอบคลุมคนทุกกลุ่มมากที่สุด สถานศึกษาทั่วประเทศจำเป็นต้องมีระบบการดูแลและสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนที่มีความเครียด สะสมความกดดัน หรือมีสัญญาณเตือนด้านสุขภาพจิตอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัญหาของคนรุ่นใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องการเรียนหรือปัจจัยภายนอกเท่านั้น แต่เรื่องจิตใจเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ท้ายที่สุด น.ส.ภิญญาพัชญ์ ยืนยันว่าทางวุฒิสภาพร้อมที่จะประสานงานและสนับสนุนนโยบายด้านสุขภาพจิต รวมถึงมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในสังคมไทย และคาดว่าจะมีการนำเรื่องนี้ขึ้นมาถกเถียงและอภิปรายในวุฒิสภาอย่างแน่นอนเมื่อเปิดสมัยประชุม

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้