ธนกร ชู “ไทยช่วยไทยพลัส” ปลุกเศรษฐกิจรากหญ้า ลุยเฟส 2
ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยเผยเสียงสะท้อนจากพื้นที่หนุนรัฐบาลสานต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ชี้ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายและเพิ่มสภาพคล่องในชุมชน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ธนกร วังบุญคงชนะ ระบุประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าเรียกร้องรัฐบาลสานต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2
- ชี้โครงการดังกล่าวช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและเพิ่มสภาพคล่องให้เศรษฐกิจชุมชน
- เปรียบเทียบความสำเร็จต่อเนื่องตั้งแต่ยุคโครงการคนละครึ่งสู่ยุครัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล
- ตอกย้ำการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพมากกว่าการแข่งขันแจกเงิน
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมาเปิดเผยถึงกระแสตอบรับจากประชาชนในหลากหลายจังหวัด หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตรวจสอบสถานะทางการคลังอย่างเร่งด่วน เพื่อเตรียมเดินหน้าผลักดันโครงการไทยช่วยไทย เฟส 2 ซึ่งอาจมีการพิจารณาปรับสัดส่วนการสนับสนุนเป็น 50:50 โดยจากการลงพื้นที่พบว่ากลุ่มพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทั่วไปต่างให้การตอบรับกับมาตรการดังกล่าวเป็นอย่างดี
นายธนกรระบุว่า ภาพรวมการใช้จ่ายภายในประเทศกลับมามีความคึกคักอีกครั้ง สร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ประกอบการรายย่อย ช่วยให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นความต่อเนื่องและความสำเร็จที่สืบสานมาตั้งแต่โครงการคนละครึ่งในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาจนถึงปัจจุบันในยุคของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"วันนี้พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนจำนวนมากฝากขอบคุณท่านนายกฯ อนุทิน ที่ผลักดันโครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม และยังเรียกร้องให้รัฐบาลขยายโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อไปอีก เพราะมองว่านโยบายนี้เข้าถึงและสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงคนที่โจมตีนโยบายนี้ด้วยว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกต้อง ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครแจกมากกว่ากัน แต่คือการดูว่ารัฐบาลไหนที่ใช้งบประมาณได้ฉลาดและเห็นผลเป็นรูปธรรมมากกว่ากัน"
ธนกร วังบุญคงชนะ
โครงการลักษณะการร่วมจ่ายหรือคอยกระตุ้นกำลังซื้อระดับฐานราก (Co-pay) มักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ โดยจุดเด่นคือการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนโดยตรงพร้อมๆ กับการสร้างรายได้ให้ร้านค้าขนาดเล็ก ขณะที่การถกเถียงเรื่องสัดส่วนการใช้งบประมาณ เช่น รูปแบบ 50:50 สะท้อนถึงความพยายามรักษาวินัยการคลังของรัฐบาลควบคู่ไปกับการประคับประคองกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น