รัฐบาลลุยสางทุจริตสอบ อปท. ลั่นสาวไส้ขยายผล ไม่จบแค่ถอดชื่อ 5,295 ราย
รัฐบาลเดินหน้าล้างบางทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ลุยเอาผิดอาญาแก๊งโกงและขยายผลเส้นเงินกว่า 200 เป้าหมาย พร้อมเยียวยาผู้สอบสุจริต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ถอดถอนผู้สอบทุจริต 5,295 รายจากบัญชี
- ตร.จ่อส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ภายใน 12 ส.ค. นี้
- ปปง. ลุยสอบเส้นทางการเงินเป้าหมายกว่า 200 ราย
เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยยืนยันว่ามาตรการของรัฐบาลไม่ได้หยุดอยู่แค่การถอดถอนรายชื่อผู้เกี่ยวข้องออกจากระบบเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นขยายผลลากตัวผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมารับโทษ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้เข้าสอบที่เสียโอกาสภายใต้หลักการปิดชื่อถือพฤติกรรม
สำหรับการจัดการในเรื่องนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนแรกคือการถอดถอนรายชื่อผู้สอบที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจำนวน 5,295 ราย โดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และได้รายงานต่อ ก.กลาง เพื่อส่งต่อไปยัง ก.จังหวัด เรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้ทาง กสถ. จะต้องหารือถึงแนวทางจัดการตำแหน่งที่ว่างลง ทั้งการประกาศบัญชีใหม่และการเลื่อนบัญชีผู้สอบรายอื่นขึ้นมาทดแทน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ส่วนที่สองคือการดำเนินคดีทางอาญา โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 2 กลุ่ม รวม 13 ราย ซึ่งในกลุ่มแรกมีอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว. รวมอยู่ด้วย ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการ และความผิดอื่นๆ ส่วนอีกกลุ่มมี 11 รายในข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากพฤติกรรมแก้ไขกระดาษคำตอบ ทั้งนี้คาดว่าจะสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช. ได้ภายในวันที่ 12 ส.ค. พร้อมเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินกลุ่มเป้าหมายกว่า 200 รายโดย ปปง.
วิเคราะห์เพิ่มเติม: การทุจริตสอบเข้ารับราชการถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนในกระบวนการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐ การที่รัฐบาลใช้มาตรการบูรณาการทั้งทางวินัย อาญา และการตรวจสอบเส้นทางการเงินโดย ปปง. ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปราบปรามการทุจริตเชิงระบบ และสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับการสอบแข่งขันในอนาคต
ส่วนที่สามคือนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้สรุปผลการตรวจสอบแล้วเพื่อเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเอาผิดทั้งทางแพ่ง อาญา วินัย และจริยธรรมต่อไป
การดำเนินการทั้ง 3 ส่วน ไม่เพียงเอาผิดผู้ทุจริต แต่ยังเป็นการคืนความเป็นธรรมแก่ผู้สอบแข่งขันโดยสุจริต และเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการสอบเข้ารับราชการทุกระดับ
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น