Facebook เปิดตัวระบบยืนยันตัวตนด้วยวิดีโอเซลฟี่ รับเครื่องหมายติ๊กถูกสีขาวฟรี
เฟซบุ๊กเพิ่มฟีเจอร์ยืนยันตัวตนใหม่ให้ผู้ใช้งานอัปโหลดวิดีโอเซลฟี่เพื่อรับเครื่องหมายติ๊กถูกสีขาว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แยกจากระบบสมัครสมาชิก Meta Verified แบบเดิม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Facebook เพิ่มฟีเจอร์ยืนยันตัวตนฟรีโดยการอัปโหลดวิดีโอเซลฟี่
- ผู้ใช้งานจะได้รับเครื่องหมายติ๊กถูกสีขาวบนโปรไฟล์ Marketplace, Dating และ Groups
- ระบบนี้แตกต่างจากบริการสมัครสมาชิกเสียเงิน Meta Verified ที่ได้รับติ๊กถูกสีฟ้า
- เฟซบุ๊กจะเก็บวิดีโอเซลฟี่ไว้นานสูงสุด 30 วันเพื่อใช้ตรวจสอบใบหน้า
ผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม Facebook อาจสังเกตเห็นสัญลักษณ์การยืนยันตัวตนรูปแบบใหม่บนโปรไฟล์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อแสดงให้เห็นว่าบัญชีนั้นมีบุคคลตัวจริงเป็นเจ้าของ โดยทางแพลตฟอร์มกำลังเพิ่มฟีเจอร์ยืนยันตัวตนฟรีที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานอัปโหลดวิดีโอเซลฟี่สั้นๆ และจะได้รับเครื่องหมายติ๊กถูกสีขาวปรากฏบนโปรไฟล์ รวมถึงในบริการ Marketplace, Dating และ Groups แต่ในช่วงเปิดตัวนี้ สัญลักษณ์ดังกล่าวยังไม่แสดงผลบนโพสต์ในหน้า Feed โดยเฟซบุ๊กเปิดเผยว่าจะมีการเพิ่มฟีเจอร์นี้เข้ามาในอนาคต
ระบบยืนยันตัวตนแบบใหม่นี้มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ Meta Verified ซึ่งเป็นบริการสมัครสมาชิกแบบเสียค่าบริการรายเดือน เพื่อรับเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้าสำหรับบัญชีบน Facebook และ Instagram โดยบริการแบบเสียเงินนั้นระบุว่าทาง Meta ยืนยันตัวตนผู้ใช้จากการตรวจสอบบัตรประจำตัวที่ออกโดยรัฐบาลและอาจรวมถึงวิดีโอเซลฟี่ในบางกรณีด้วยเช่นกัน
ฟีเจอร์ยืนยันตัวตนด้วยวิดีโอเซลฟี่ฟรีนี้สะท้อนให้เห็นความพยายามของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในการลดบัญชีปลอมและสร้างความน่าเชื่อถือระหว่างผู้ใช้งานด้วยกัน โดยใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเข้ามาช่วยเปรียบเทียบกับภาพถ่ายที่มีอยู่เดิม อย่างไรก็ตาม การส่งข้อมูลชีวมิติประเภทวิดีโอไปยังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่มักสร้างความกังวลในหมู่ผู้รักความเป็นส่วนตัวเสมอ เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้อาจกลายเป็นประเด็นเรื่องการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นนอกเหนือจากการยืนยันตัวตน
สำหรับเงื่อนไขในการใช้งาน Facebook Verified กำหนดไว้ว่าผู้ใช้งานจะต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และบัญชีต้องอยู่ในสถานะปกติตามมาตรฐานชุมชนของแพลตฟอร์ม โดยฟีเจอร์นี้จะเริ่มทยอยเปิดให้บริการในบางตลาดก่อนจะขยายผลไปทั่วโลก เมื่อผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้ จะต้องทำการบันทึกวิดีโอเซลฟี่สั้นๆ ซึ่งระบบของเฟซบุ๊กจะนำไปเปรียบเทียบกับภาพถ่ายโปรไฟล์ที่มีอยู่แล้วในบัญชีโดยอาศัยเทคโนโลยีจดจำใบหน้า หากการตรวจสอบผ่าน ผู้ใช้ก็จะได้รับเครื่องหมายติ๊กถูกสีขาวเพิ่มเข้ามาบนโปรไฟล์ทันที ทั้งนี้ บริการยืนยันตัวตนดังกล่าวยังไม่เปิดให้บริการสำหรับบัญชีประเภท Pages หรือบัญชีในโหมด ProMode

ทางเฟซบุ๊กออกมาชี้แจงว่าระบบจะทำการจัดเก็บวิดีโอเซลฟี่ของผู้ใช้งานไว้เป็นเวลาสูงสุด 30 วันหลังจากกระบวนการยืนยันตัวตนเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนอย่างสมบูรณ์ว่าวิดีโอดังกล่าวจะถูกนำไปใช้อย่างไรบ้างในระหว่างนั้น ประกอบกับประเด็นที่ผ่านมาว่า Meta เคยพึ่งพาข้อมูลของผู้ใช้งานในการฝึกฝนระบบปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำว่าผู้ใช้ควรพิจารณาให้รอบคอบว่าความคุ้มค่าของเครื่องหมายยืนยันตัวตนนั้นคุ้มกับข้อมูลส่วนตัวที่ต้องมอบให้หรือไม่ พร้อมทั้งควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวให้ละเอียดก่อนตัดสินใจตกลงยินยอม
ในสัปดาห์เดียวกันนี้ ทาง Google ก็ได้เปิดตัวฟีเจอร์ยืนยันตัวตนด้วยวิดีโอเซลฟี่เช่นเดียวกัน แต่มีจุดประสงค์หลักเพื่อพิสูจน์ตัวตนในกรณีที่ผู้ใช้ถูกล็อกไม่ให้เข้าบัญชีของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากระบบ Facebook Verified ที่มุ่งเน้นการสร้างสัญญาณความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้งานรายอื่นบนแพลตฟอร์ม การยืนยันตัวตนด้วยวิดีโอเซลฟี่ของ Google จึงผูกติดกับการเข้าถึงบัญชี Google ทั้งหมดของคุณ ซึ่งนำมาซึ่งข้อควรพิจารณาด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมที่แตกต่างออกไป
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น