ทวี ชี้มหากาพย์โกงสอบท้องถิ่น ลบชื่อไม่พ้นผิด จี้รัฐสาวให้ถึงผู้บงการ
เจาะปมทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ชี้การแก้บัญชีไม่ลบความผิดเดิม พร้อมตามต่อเส้นทางเงินและอำนาจ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ป.ป.ช. ร่วมกับ บก.ปปป. และ CIB บุกค้นบริษัทสามเมืองฯ จ.นนทบุรี พบข้าราชการ 11 รายกำลังแก้ไฟล์คะแนน
- พบผู้สมัครสอบ 5,960 รายถูกเปลี่ยนสถานะจากสอบไม่ผ่านให้เป็นสอบผ่าน
- แฉพฤติกรรมเรียกรับเงินรายละ 450,000 ถึง 1,000,000 บาท มูลค่าความเสียหายอาจสูงถึง 4,500-5,000 ล้านบาท
- จี้รัฐบาลตรวจสอบต้นน้ำกรณีการยกเลิกมหาวิทยาลัยบูรพาผู้ชนะเดิมอย่างโปร่งใส
คดีทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 กำลังสะท้อนภาพปัญหาที่ลึกซึ้งกว่าแค่การกระทำผิดเฉพาะหน้า โดยเมื่อการทุจริตเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อระบบราชการไปแล้ว กลับพบความพยายามแก้ไขพยานหลักฐานย้อนหลังเพื่อปกปิดร่องรอย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงกระบวนการที่ซับซ้อนในการช่วยเหลือผู้กระทำผิด
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. สนธิกำลังร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบริษัทสามเมืองฯ จังหวัดนนทบุรี โดยพบข้าราชการส่วนท้องถิ่น 11 รายกำลังวุ่นวายอยู่กับกระดาษคำตอบและไฟล์คะแนนสอบ พร้อมทั้งยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และพยานหลักฐานหลายรายการไว้ตรวจสอบ
ประเด็นสำคัญที่ ป.ป.ช. เปิดเผยต่อคณะกรรมาธิการคือ มีผู้สมัครสอบจำนวนมากถึง 5,960 ราย ที่มีชื่อถูกเปลี่ยนแปลงจากผู้สอบไม่ผ่านให้กลายเป็นผู้สอบผ่าน ทั้งที่ก่อนหน้านั้น กสถ. ได้ประกาศขึ้นบัญชีและมีการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการไปบางส่วนแล้ว ทำให้ผลของการทุจริตไม่ได้หยุดอยู่แค่ในจอคอมพิวเตอร์ แต่สร้างผลกระทบต่อระบบราชการและงบประมาณแผ่นดินจริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แม้ล่าสุด กสถ. จะออกประกาศยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้บางส่วนและขึ้นบัญชีใหม่สำหรับกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 แต่การแก้ไขทางปกครองดังกล่าวไม่สามารถลบล้างความผิดทางอาญาที่เกิดขึ้นได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องสอบสวนขยายผลว่าใครเป็นผู้สั่งการ ใครจัดทำและรับรองรายชื่อ รวมถึงตรวจสอบผู้ที่ถูกถอดถอนออกจากบัญชีว่ามีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงหรือไม่
"การแก้บัญชีในวันนี้อาจแก้ผลทางปกครอง แต่ไม่อำลบความรับผิดทางอาญาที่เกิดขึ้นก่อนหน้า และต้องสาวให้ถึงผู้บงการ"
ทวี
ในมุมมองทางอาชญาวิทยา อาชญากรรมเชิงโครงสร้างมักเกิดขึ้นเมื่อผลตอบแทนจากการทุจริตทั้งในรูปแบบเงิน ตำแหน่ง และอำนาจ มีสูงกว่าความเสี่ยงที่จะถูกลงโทษ การที่เครือข่ายทุจริตฝังตัวอยู่ในระบบราชการจึงทำให้การตรวจสอบปลายทางอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องสาวให้ครบทั้งเส้นทางข้อมูล เส้นทางเงิน และเส้นทางอำนาจ เพื่อไม่ให้คดีถูกตัดตอนอยู่ที่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการเท่านั้น
อีกหนึ่งจุดสำคัญที่รัฐบาลต้องตรวจสอบอย่างจริงจังคือ "บาดแผลต้นน้ำ" อันเกิดจากการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร ตั้งแต่กระบวนการชะลอการลงนามสัญญาและการยกเลิกมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเป็นผู้ชนะการเสนอราคาเดิม ก่อนจะนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงในการจัดสอบครั้งใหญ่ รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจึงต้องตอบคำถามให้ได้ว่าใครเป็นผู้สั่งการและใครได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น