ทำไมนักลงทุนเทคฯ แห่ซื้อหุ้นฟุตบอลโลก และความพยายามของ FIFA ที่ต้องสะดุด
FIFA ต้องพับแผนขายหุ้นฟุตบอลโลกหลังเจอแรงต้านหนัก เปิดเบื้องหลังความสนใจจากกลุ่มทุนซิลิคอนแวลลีย์ที่มองว่ากีฬาคือสิ่งสุดท้ายที่ AI ทดแทนไม่ได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- FIFA ยกเลิกแผนขายหุ้นฟุตบอลโลกหลังถูกคัดค้านหนักและขู่คว่ำบาตร
- Thrive Eternal กองทุนภายใต้ Thrive Capital เล็งลงทุนเพราะเชื่อว่ากีฬาปลอดภัยจาก AI
- ดีลดังกล่าวตั้งมูลค่าองค์กรไว้ที่ 20,000 ล้านดอลลาร์ และเตรียมเงินลงทุน 4,200 ล้านดอลลาร์
- ผู้เชี่ยวชาญชี้ FIFA มีรายได้มหาศาลอยู่แล้วและไม่ได้อยู่ในภาวะถังแตก
องค์กรฟุตบอลโลกอย่าง FIFA ต้องกลับลำยกเลิกแผนการขายหุ้นบางส่วนของศึกฟุตบอลโลกอย่างกะทันหัน หลังเผชิญกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากแฟนบอลและสมาคมฟุตบอลต่างๆ พร้อมกับเสียงขู่คว่ำบาตรในอนาคต รวมถึงเสียงเรียกร้องให้ Gianni Infantino ประธาน FIFA ลาออกจากตำแหน่ง เหตุการณ์นี้ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดกลุ่มนักลงทุนด้านเทคโนโลยีจึงหันมาให้ความสนใจกับการแข่งขันกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกเช่นนี้ และแนวโน้มการลงทุนลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีกในอนาคตหรือไม่
เบื้องหลังความเคลื่อนไหวนี้มาจากผู้บริหารของ Thrive Eternal ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกองทุน venture capital ชื่อดังอย่าง Thrive Capital พวกเขาเล็งเห็นโอกาสในการนำเงินเข้าไปลงทุนในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ในยุคสมัยที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังเข้ามาพลิกโฉมกิจกรรมและรูปแบบความบันเทิงของมนุษย์ ทางกองทุนมีความเชื่อมั่นว่ากีฬานอกจากจะไม่ถูก AI ดิสรัปต์แล้ว ยังจะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต
การที่กองทุนเทคโนโลยีอย่าง Thrive หันมาสนใจลงทุนในกีฬาสะท้อนให้เห็นแนวคิด "AI-proof asset" หรือสินทรัพย์ที่ปลอดภัยจากปัญญาประดิษฐ์ ในขณะที่สื่อบันเทิงอย่างภาพยนตร์และเพลงเริ่มถูก AI เข้ามาแทนที่มนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ กีฬาฟุตบอลยังคงมีเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ทางท้องถิ่นที่อัลกอริทึมไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ทำให้กลุ่มทุนมองว่าเป็นหลุมหลบภัยชั้นดีสำหรับการลงทุนระยะยาว
Thrive บริหารงานโดย Joshua Kushner ซึ่งเป็นน้องชายของ Jared Kushner ลูกเขยและที่ปรึกษาของ Donald Trump อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดิมที Thrive เน้นลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนา AI และเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ของ OpenAI แต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางบริษัทได้จัดตั้ง Thrive Eternal ขึ้นในนิวยอร์กเพื่อเจาะตลาดการลงทุนที่มีคุณสมบัติซึ่งเทคโนโลยีไม่สามารถทำซ้ำได้ และกีฬาฟุตบอลภายใต้ข้อเสนอ Forward Enterprise หรือ FFE ของ FIFA ก็กลายเป็นเป้าหมายสำคัญในการซื้อหุ้นส่วนน้อย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แหล่งข่าวระบุว่ากลุ่มนักลงทุนที่เตรียมอัดฉีดเงินลงทุนเริ่มต้นจำนวน 4,200 ล้านดอกลาร์ หรือประมาณ 3,100 ล้านปอนด์ มีความตั้งใจที่จะถือครองระยะยาวเป็นเวลาหลายสิบปีโดยไม่คาดหวังผลตอบแทนในทันที เนื่องจากโครงสร้างของ Thrive Eternal เป็นบริษัทโฮลดิ้ง ข้อเสนอ FFE หากเกิดขึ้นจริงจะทำให้สมาคมสมาชิกแต่ละแห่งถือหุ้นมูลค่าสูงถึง 91 ล้านดอลลาร์จากมูลค่าประเมิน 20,000 ล้านดอลลาร์ โดยหุ้นดังกล่าวจะถูกควบคุมโดย FIFA และการขายหุ้นจะเป็นอำนาจของแต่ละสมาคมเอง
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ FIFA จำเป็นต้องพึ่งพาเงินสดก้อนนี้จริงหรือ ในเมื่อการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ กำลังสร้างรายได้มหาศาลจากการขายสิทธิ์ถ่ายทอดสด ผู้สนับสนุน ตั๋วเข้าชมแบบ dynamic pricing และช่วงพักดื่มน้ำที่มีโฆษณา การขยายทีมเป็น 48 ทีมและอาจถึง 64 ทีมยิ่งเพิ่มโอกาสทำเงินมหาศาลจากการมีจำนวนผู้ชมที่เพิ่มขึ้น
"FIFA ไม่ได้อยู่ในจุดที่เดือดร้อนเรื่องเงิน อันที่จริงพวกเขาสามารถเพิ่มเงินจ่ายให้กับสมาคมสมาชิกได้อย่างง่ายดายด้วยเงินที่มีอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องหาเงินทุนจากภายนอกเลย"
Christina Philippou, อาจารย์ด้านการบัญชีและการเงินกีฬา มหาวิทยาลัย Portsmouth
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น