ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ศูนย์ข้อมูล Amazon ในเท็กซัสจ่อพึ่งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมหาศาล

ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Amazon ในรัฐเท็กซัสเตรียมใช้พลังงานจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่อาจกลายเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยมลพิษสูงสุดในสหรัฐอเมริกา

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
09 Aug 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ศูนย์ข้อมูล Amazon ในเท็กซัสจ่อพึ่งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมหาศาล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Amazon ลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่เพื่อจ่ายไฟให้ศูนย์ข้อมูลในรัฐเท็กซัส
  • โรงไฟฟ้า GW Ranch ได้รับใบอนุญาตให้ปล่อยก๊าซ CO2 สูงสุดถึง 33 ล้านตัน
  • โครงการนี้อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนตามพันธสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศ

ความต้องการพลังงานมหาศาลจากปัญญาประดิษฐ์กำลังผลักดันให้ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต้องมองหาแหล่งพลังงานนอกระบบ โดยรายงานจาก The New York Times ระบุว่า Amazon กำลังลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในเทศมณฑล Pecos รัฐเท็กซัส เพื่อป้อนพลังงานให้กับศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในแถบ West Texas โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติแห่งนี้จะไม่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าหลักของรัฐในระยะเริ่มต้น โดยจะใช้กังหันก๊าซธรรมชาติจำนวน 35 ตัวเพื่อส่งมอบกระแสไฟฟ้าขนาด 7.65กิกะวัตต์ตรงไปยังศูนย์ข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ

ข้อมูลจากองค์กรติดตามโครงการพลังงาน Cleanview ระบุว่า GW Ranch ได้รับใบอนุญาตจากทางการรัฐเท็กซัสให้สามารถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงสุดถึง 33 ล้านตัน ซึ่งถือว่าสูงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศเสียอีก แม้ว่าในความเป็นจริงโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่จะไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเต็มพิกัดตามโควตาใบอนุญาต แต่การกำหนดเพดานมลพิษที่สูงเช่นนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดที่หย่อนยาน ทางด้าน Amazon ได้ออกมายืนยันแล้วว่าบริษัทได้เข้าซื้อพื้นที่ดังกล่าวจริงและมีแผนที่จะซื้อกระแสไฟฟ้าจาก GW Ranch

Texas desert data center infrastructure

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

33Mตัน CO2 โควตาสูงสุดของโรงไฟฟ้า GW Ranch
7.65กิกะวัตต์พลังงานไฟฟ้าจากกังหัน 35 ตัว

แนวโน้มการหันไปพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ Amazon เพียงรายเดียว เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่นๆ เช่น Meta และ Google ก็เริ่มหันมาสร้างโรงไฟฟ้าของตนเองและใช้พลังงานจากก๊าซหรือถ่านหินเพื่อรองรับความต้องการของศูนย์ข้อมูล AI ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลยุคทรัมป์ที่พยายามผ่อนปรนข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงไฟฟ้าที่ปล่อยมลพิษเหล่านี้

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่บริษัทเทคโนโลยีหันมาสร้างโรงไฟฟ้าฟอสซิลใช้เองสะท้อนให้เห็นวิกฤตความอิ่มตัวของโครงข่ายไฟฟ้าและการขาดแคลนพลังงานสะอาดในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของระบบประมวลผล AI ขนาดใหญ่ แม้ว่าบริษัทเหล่านี้เคยประกาศเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ท้าทาย แต่ความเร่งรีบในการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI กำลังทำให้เป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่และมีความเสี่ยงที่จะล่าช้าออกไป

"โลกเราตอนนี้ต่างออกไปจากตอนที่เราช่วยกันก่อตั้งพันธสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศ แต่ความมุ่งมั่นของเรายังคงเหมือนเดิม"

Margaret Callahan โฆษกของ Amazon

แม้ว่าโรงไฟฟ้า GW Ranch จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเพียงบางส่วนจากโควตาที่ได้รับอนุญาต แต่นั่นก็ยังถือเป็นความถอยหลังครั้งสำคัญสำหรับ Climate Pledge ของ Amazon โดยก่อนหน้านี้ Jeff Bezos เคยให้คำมั่นว่าจะทำให้บริษัทปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2040 ทว่าปริมาณการปล่อยก๊าซของบริษัทกลับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันหลายปีเนื่องจากภาระงานของ AI โดย Margaret Callahan โฆษกของ Amazon ได้กล่าวชี้แจงกับ The New York Times ว่าสถานการณ์โลกเปลี่ยนไปจากเดิมแล้วนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพันธสัญญาดังกล่าว แต่ยืนยันว่าเจตนารมณ์ของบริษัทยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้