ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ออสเตรเลียวิกฤตสูญพันธุ์ หนทางรอดของนัมแบต

ผืนป่าตะวันตกของออสเตรเลียกลายเป็นศูนย์กลางการสูญพันธุ์ระดับโลก ท่ามกลางวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ แต่นัมแบตสัตว์กระเป๋าหน้าท้องหายากกำลังมอบประกายความหวังครั้งใหม่

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
09 Aug 2026ที่มา: BBC Science & Environment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ออสเตรเลียวิกฤตสูญพันธุ์ หนทางรอดของนัมแบต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ออสเตรเลียเผชิญวิกฤตสูญพันธุ์และสูญเสียสายพันธุ์ราว 4 ชนิดในทุกๆ ทศวรรษ
  • ป่าดรายดราในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียเป็นบ้านหลังสำคัญของนัมแบตสัตว์หายากขนาดเท่ากระรอก
  • ภัยคุกคามหลักมาจากแมวป่า สุนัขจิ้งจอก โรคระบาด การพัฒนาเมือง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ความพยายามในการอนุรักษ์และการเพาะพันธุ์ช่วยปลดนัมแบตออกจากบัญชีแดงได้สำเร็จ

ดวงตาสอดส่ายมองไปรอบด้านคือคำสั่งจากที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า ขณะที่เราขับรถตระเวนสำรวจตามพุ่มไม้และดอกไม้ป่าสีสันสดใสในผืนป่าดรายดรา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลีย เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้คือการตามหา นัมแบต สัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องหายากที่มีลักษณะลูกผสมระหว่างชิปมังก์และตัวกินมด ซึ่งเคยกระจายตัวอยู่ทั่วไปในซีกโลกใต้ของทวีปออสเตรเลีย แต่ปัจจุบันเหลือรอดอยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น

การสำรวจภาคสนามประจำปีนี้จัดขึ้นเพื่อเก็บข้อมูลประเมินความอยู่รอดของประชากรนัมแบต ซึ่งเพิ่งถูกถอดออกจากบัญชีแดงระหว่างประเทศของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เมื่อเดือนนี้ ถือเป็นความหวังอันน้อยนิดท่ามกลางวิกฤตการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่ออสเตรเลียกำลังเผชิญหน้า โดยประเทศนี้สูญเสียสายพันธุ์พืชและสัตว์ไปราว 4 ชนิดต่อทศวรรษ และอัตราการลดลงก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

Australia eucalyptus woodland conservation area

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ดร.โทนี่ เฟรนด์ ผู้บุกเบิกงานด้านการอนุรักษ์ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งเริ่มทำงานที่ดรายดราตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 เปิดเผยว่า ในเวลานั้นมีประชากรนัมแบตเหลืออยู่ไม่ถึง 50 ตัว การสำรวจในฤดูใบไม้ผลิเป็นเวลาสองสัปดาห์ทุกปีจะใช้รถยนต์ขับตระเวนบันทึกพิกัด GPS ระยะทางจากถนน พร้อมใช้สูตรคำนวณความหนาแน่นและสุขภาพของประชากรในพื้นที่ป่าที่ถูกล้อมรอบด้วยพื้นที่เกษตรกรรม

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพของออสเตรเลียมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับหลายปัจจัย ทั้งสัตว์รุกราน โรคระบาด และการสูญเสียถิ่นที่อยู่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความพยายามเพียงระดับท้องถิ่นหรือโครงการเพาะพันธุ์อาจไม่เพียงพอ หากปราศจากการควบคุมผู้ล่าอย่างจริงจังและการปกป้องพื้นที่ป่าในระดับนโยบาย

3 พันล้านสัตว์ที่เสียชีวิตจากไฟป่า Black Summer
4 ชนิดจำนวนสายพันธุ์ที่ออสเตรเลียสูญเสียทุกทศวรรษ

อุปสรรคสำคัญที่ขับเคลื่อนการสูญพันธุ์ประกอบด้วยชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน เช่น มดไฟ คางคกอ้อย กระต่าย สุนัขจิ้งจอก และแมวป่า ซึ่งเฉพาะแมวป่าตัวเดียวก็คร่าชีวิตสัตว์ในออสเตรเลียมากถึงราวสามพันล้านตัวต่อปี นอกจากนี้ยังมีวัชพืชอย่างลันตานา โรคคลาไมเดียที่เล่นงานโคอาลา เชื้อรากินผิวหนังที่ทำให้กบสูญพันธุ์ไปถึง 7 ชนิด ตลอดจนภัยพิบัติทางธรรมชาติจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น ไฟป่า Black Summer ในช่วงปี 2019-2020

แม้ความพยายามในการอนุรักษ์ โครงการเพาะพันธุ์ และการสร้างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแบบมีรั้วกั้นจะช่วยต่อลมหายใจให้สัตว์หลายชนิด แต่มาตรการเหล่านี้ยังคงเผชิญปัญหาความหนาแน่นและการผสมพันธุ์ในเครือญาติ ขณะที่โครงการปกป้องถิ่นที่อยู่ก็ยังตามไม่ทันอัตราการทำลายป่า นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าหากไม่มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนและความกล้าหาญทางการเมือง ความหลากหลายทางชีวภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของออสเตรเลียอาจต้องเผชิญกับจุดจบอันนองเลือด

ที่มา: BBC Science & Environment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้