ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ฤดูกาลใหม่ กุนซือใหม่ โอกาสของเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับเรอัล มาดริด

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เตรียมลุยฤดูกาลที่สองกับเรอัล มาดริดภายใต้กุนซือคนใหม่อย่างโชเซ มูรินโญ ท่ามกลางความท้าทายในการแย่งตำแหน่งและพิสูจน์ตัวเอง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
09 Aug 2026ที่มา: BBC Sport3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ฤดูกาลใหม่ กุนซือใหม่ โอกาสของเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับเรอัล มาดริด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เตรียมลงเล่นฤดูกาลที่สองกับเรอัล มาดริด ภายใต้ผู้จัดการทีมคนที่สามอย่างโชเซ มูรินโญ
  • ฤดูกาลแรกในสเปนสะดุดจากปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อหลังและต้นขา ทำให้พลาดโอกาสติดทีมชาติอังกฤษลุยศึกฟุตบอลโลก
  • โชเซ มูรินโญ ประทับใจฟอร์มและความสามารถในการขยับเล่นกองกลาง ขณะที่ทีมเสริมทัพด้วยเดนเซล ดุมฟรีส์ เข้ามาแข่งขันแย่งตำแหน่ง

ผ่านพ้นไปกว่า 14 เดือนนับตั้งแต่ย้ายจากลิเวอร์พูลมาค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาวัย 27 ปี กำลังจะเริ่มต้นฤดูกาลที่สองกับเรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน โดยจะต้องทำงานร่วมกับผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างโชเซ มูรินโญ ซึ่งนับเป็นกุนซือคนที่สามแล้วตั้งแต่เขาย้ายมาร่วมทีม

ในตอนที่ย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโร หรือประมาณ 8.4 ล้านปอนด์ หลังจากเรอัล มาดริดยอมปล่อยตัวเขาจากสัญญาเดิมล่วงหน้า 1 เดือนเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2025 สโมสรคาดหวังว่าเขาจะเป็นหนึ่งในกองหลังสารพัดประโยชน์ระดับโลก ที่สามารถสร้างความแตกต่างได้จากวิสัยทัศน์การผ่านบอล การเปิดบอล และประสบการณ์ในเกมกดดันสูง

Spain football training ground sports facility

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลเปิดตัวของเขากลับไม่เป็นไปตามความคาดหมาย เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานถึงสองครั้ง โดยอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังเมื่อเดือนกันยายนทำให้เขาต้องพักรักษาตัวถึง 7 weeks ส่วนอาการเจ็บที่ต้นขาในเดือนธันวาคมทำให้ต้องพักยาวอีก 2 months ส่งผลให้เขาขาดความต่อเนื่องในการลงสนามและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับแฟนบอล

35นัดที่ลงสนามรวมทุกรายการในฤดูกาลแรก
27นัดที่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง
21นัดในศึกลาลีกา ฤดูกาล 2025-26

ในฤดูกาลที่ผ่านมา อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ลงเล่นไปทั้งหมด 35 นัดจาก 62 นัดในทุกรายการ โดยได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 27 นัด และต้องสลับกันลงเล่นในตำแหน่งแบ็กขวากับดานี การ์บาฮาล ตำนานของสโมสร ถึงแม้จะมีคำถามเรื่องเกมรับที่ยังคงเป็นประเด็นเช่นเดียวกับสมัยอยู่ลิเวอร์พูล แต่จุดเด่นเรื่องการครองบอลและการสร้างสรรค์เกมก็ยังคงโดดเด่น โดยเฉพาะช่วงท้ายฤดูกาลภายใต้การคุมทีมของชาบี อลอนโซ และอัลบาโร อาร์เบลัว ที่เขาเริ่มทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ผมจะพักผ่อนให้เต็มที่และทุ่มเททำงานหนักในช่วงซัมเมอร์นี้ ผมสัญญาว่าพวกเราจะพาท้วยแชมป์กลับมาสู่สโมสรที่น่าทึ่งแห่งนี้ในฤดูกาลหน้า"

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

การเข้ามาของโชเซ มูรินโญ ในเดือนมิถุนายน 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากกุนซือชาวโปรตุเกสขึ้นชื่อเรื่องการจัดระเบียบเกมรับและความยืดหยุ่นทางแทกติก การที่มูรินโญชื่นชอบฟูลแบ็กที่สามารถหุบเข้ามาเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตรงกลางได้ (Inverted Full-back) นับเป็นจุดแข็งธรรมชาติของอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซึ่งหากเขาสามารถปรับตัวเข้ากับระบบนี้ได้สำเร็จ ก็จะกลายเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยเพิ่มมิติเกมรุกให้เรอัล มาดริดได้อย่างมหาศาล

ความท้าทายในฤดูกาลนี้ไม่ได้มีแค่การปรับตัวเข้ากับระบบของมูรินโญเท่านั้น แต่ยังมีการแข่งขันแย่งตำแหน่งที่ดุเดือดขึ้น เมื่อสโมสรคว้าตัวเดนเซล ดุมฟรีส์ แบ็กขวาทีมชาติเนเธอร์แลนด์วัย 30 ปี เข้ามาเสริมทัพด้วยสัญญา 4 ปี แม้ว่าการ์บาฮาลจะหมดสัญญาและอำลาทีมไปแล้วก็ตาม โดยในเกมกระชับมิตรที่เสมอกับฟิออเรนตินา 2-2 มูรินโญเลือกส่งทั้งอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์และดุมฟรีส์ลงสนามพร้อมกัน โดยให้ดุมฟรีส์เล่นเกมรุกริมเส้นฝั่งเดียวกัน

สำหรับอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์แล้ว ฤดูกาลใหม่นี้ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสในการยึดตัวจริงในสีเสื้อเรอัล มาดริดเท่านั้น แต่ยังเป็นหนทางสำคัญในการพิสูจน์ตัวเองเพื่อกลับไปมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ภายใต้การคุมทีมของโธมัส ทูเคิล อีกด้วย

ที่มา: BBC Sport

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้