กมธ.ตำรวจ จ่อถก ตร.-มหาดไทย รื้อ พ.ร.บ.อาวุธปืน ครั้งใหญ่ เพิ่มโทษเด็ดขาด
สส.วัชรพงศ์ ขานรับนโยบายรัฐบาล เตรียมปรับแก้ พ.ร.บ.อาวุธปืน ห้ามพกออกนอกบ้านเด็ดขาด พร้อมเอาผิดเจ้าของปืนหากถูกนำไปก่อเหตุ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กมธ.ตำรวจเตรียมหารือสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทยเพื่อรื้อกฎหมายอาวุธปืนทั้งระบบ
- ห้ามประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่พกปืนออกนอกเคหะสถานโดยเด็ดขาด
- เจ้าของปืนต้องร่วมรับผิดชอบทางอาญาหากปืนถูกนำไปก่อเหตุ เว้นแต่แจ้งความสูญหายไว้ก่อนหน้า
- นายกรัฐมนตรีปัดตกข้อเสนอให้ครูพกปืนในโรงเรียน ย้ำต้องแก้ที่การบังคับใช้กฎหมายไม่ใช่เพิ่มปืน
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2569 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาอาวุธปืน สืบเนื่องจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเยาวชนชายอายุ 14 ปี ก่อเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงเหตุการณ์เด็กมัธยมชักปืนขู่และทำร้ายเพื่อนในโรงเรียนย่านถนนสามเสน
นายวัชรพงศ์ระบุว่า เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนปัญหาวัฒนธรรมการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะที่นำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ โดยตนได้ขานรับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเตรียมหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกระทรวงมหาดไทย เพื่อสังคายนาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ ทั้งระบบให้มีบทลงโทษที่รุนแรงและรัดกุมยิ่งขึ้น
"การแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือการบังคับใช้กฎหมายปืนฉบับใหม่ที่เด็ดขาด เพื่อกวาดล้างคนพกปืนนอกบ้านมากกว่าการเพิ่มจำนวนอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียน"
นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ
สำหรับมาตรการคุมเข้มในร่างกฎหมายใหม่นี้ มุ่งเน้นการยุติปัญหาการพกปืนตั้งแต่ต้นทาง โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:
- ห้ามประชาชนทั่วไปพกพาอาวุธปืนออกนอกเคหะสถานโดยเด็ดขาด
- ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่พกพาอาวุธปืนออกนอกเคหะสถาน
- ผู้ฝ่าฝืนพกปืนโดยไม่มีอำนาจจะถูกดำเนินคดีในข้อหาที่รุนแรงและมีโทษขั้นอุกฉกรรจ์
- เจ้าของปืนต้องร่วมรับผิดชอบทางอาญาทันทีในฐานะผู้ต้องหาร่วม หากปืนทะเบียนของตนถูกขโมยหรือนำไปยิงผู้อื่น ยกเว้นกรณีแจ้งความบันทึกประจำวันว่าปืนสูญหายไว้ก่อนเกิดเหตุ
การผลักดันแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืน ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการควบคุมอาวุธปืนในประเทศไทย โดยเฉพาะการเพิ่มความรับผิดชอบทางกฎหมายไปถึงตัวเจ้าของอาวุธ (Strict Liability) ซึ่งจะช่วยบีบให้ผู้ครอบครองต้องเก็บรักษาทรัพย์สินของตนอย่างรัดกุมมากขึ้น ป้องกันไม่ให้ปืนหลุดรอดไปถึงมือเยาวชนหรืออาชญากรได้ง่ายเหมือนที่ผ่านมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ประธาน กมธ.ตำรวจ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเก็บรักษาอาวุธปืน โดยผู้มีสิทธิครอบครองทุกคนต้องเก็บรักษาอย่างมิดชิดที่สุดเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนเข้าถึง ส่วนข้อเสนอที่เคยมีเสียงเรียกร้องให้ครูพกปืนป้องกันตัวในโรงเรียนนั้น นายวัชรพงศ์ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีได้ปัดตกข้อเสนอดังกล่าวไปแล้ว เนื่องจากครูไม่ใช่เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ใช้อาวุธโดยตรง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น