รมว.สุชาติ ลุยจันทบุรี เร่งแก้ปัญหาน้ำ ช้างป่า และที่ดินทำกิน ย้ำชัดคนต้องอยู่ร่วมกับป่า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เร่งรัดโครงการอ่างเก็บน้ำคลองตาพลาย พร้อมเพิ่มมาตรการเทคโนโลยีเฝ้าระวังช้างป่าและดูแลที่ดินทำกินของประชาชน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ลงพื้นที่ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2569 เพื่อติดตาม 3 ปัญหาหลัก
- เร่งผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำคลองตาพลาย เนื้อที่ 402 ไร่ 3 งาน 96 ตารางวา รอ ครม. อนุมัติเพิกถอนพื้นที่
- เสริมทัพเครือข่ายอาสาสมัครและเทคโนโลยีเฝ้าระวังช้างป่าเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และคณะผู้บริหาร เดินทางลงพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เพื่อเปิดเวทีรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ได้แก่ พล.ต.ท.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ สส.จันทบุรี เขต 1, นายคัมภีร์ ชื่นบาน สส.จันทบุรี เขต 2, นายชรัตน์ เนรัญชร สส.จันทบุรี เขต 3 และ นายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด รวมถึงผู้นำชุมชนและประชาชนให้การต้อนรับ
การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นสำคัญเร่งด่วน ได้แก่ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ และปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของประชาชน โดยนายสุชาติได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาน้ำในอำเภอสอยดาว โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลปะตงและตำบลทรายขาว พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองตาพลายอย่างใกล้ชิด
สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองตาพลายนั้น มีพื้นที่ก่อสร้างบางส่วนประมาณ 402 ไร่ 3 งาน 96 ตารางวา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว การดำเนินงานจึงต้องยึดตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการเพิกถอนพื้นที่บางส่วนก่อนจะเริ่มดำเนินโครงการต่อไป
เรื่องน้ำ เราต้องทำให้ประชาชนมีน้ำใช้ มีน้ำทำการเกษตร และมีความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว การแก้ปัญหาต้องเดินหน้าให้เร็ว แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย และคำนึงถึงผลกระทบต่อผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันไป
นายสุชาติ ชมกลิ่น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ นายสุชาติยังได้เดินทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวเพื่อพบปะและให้กำลังใจชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ชุดปฏิบัติการดับไฟป่า และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยมีการรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์และระบบเฝ้าระวังช้างป่า พร้อมเน้นย้ำให้เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารแจ้งเตือนภัยให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือและผลักดันช้างป่ากลับคืนสู่พื้นที่ธรรมชาติได้อย่างทันท่วงที
การบริหารจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า (Human-Wildlife Conflict) โดยเฉพาะกรณีช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยในปัจจุบัน การนำเทคโนโลยีระบบเฝ้าระวังมาบูรณาการร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครภาคประชาชน เช่น อส.อส. และเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าในอำเภอสอยดาวและอำเภอโป่งน้ำร้อน ซึ่งมีรวมกันถึง 19 เครือข่าย จะช่วยเพิ่มความเร็วในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของเกษตรกร พร้อมทั้งรักษาแนวเขตป่าอนุรักษ์ให้คงอยู่ได้ในระยะยาว
ในส่วนของปัญหาที่ดินทำกิน รัฐบาลยืนยันนโยบายการแก้ไขปัญหาด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพโดยไม่ส่งผลกระทบต่อผืนป่าอนุรักษ์ พร้อมทั้งฝากข้อคิดว่าการทำงานต้องมองภาพระยะยาวเพื่อให้คนและผืนป่าเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น