ข้ามไปเนื้อหาหลัก

นพดล ชูแนวคิด เรวัช ถกปืนในโรงเรียน ย้ำความปลอดภัยต้องรัดกุม

ผศ.ดร.นพดล หนุนข้อเสนอ พล.ต.ท.เรวัช เปิดทางครูพกปืนป้องกันเหตุกราดยิง ชี้เป็นจุดเริ่มต้นดีเบตสาธารณะ พร้อมแนะคุมเข้มต้นทางปืนเถื่อน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
09 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
นพดล ชูแนวคิด เรวัช ถกปืนในโรงเรียน ย้ำความปลอดภัยต้องรัดกุม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ผศ.ดร.นพดล ชื่นชม พล.ต.ท.เรวัช กล้าจุดประเด็นครูพกปืนป้องกันเหตุ
  • ชี้ช่วยตีแผ่ช่วงเวลาวิกฤตก่อนตำรวจถึงพื้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
  • ย้ำการนำปืนเข้าโรงเรียนต้องคิดละเอียดเรื่องการฝึกและผู้ถือครอง
  • หนุนนโยบายอนุทินคุมเข้มอาวุธผิดกฎหมายและสกัดต้นทางความรุนแรง

จากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ได้จุดประกายคำถามสำคัญขึ้นในสังคมไทยอีกระลอกว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังเดินทางไปไม่ถึงจุดเกิดเหตุ ใครจะเป็นเกราะคุ้มกันเด็กนักเรียน เป็นคำถามที่ทุกฝ่ายมองข้ามไม่ได้ ล่าสุด ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้แทนภาคประชาชน และอาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท วิชานวัตกรรมสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ได้ออกมาแสดงทัศนะต่อประเด็นดังกล่าว

ประเด็นร้อนนี้เริ่มต้นจากข้อเสนอของ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีต ผบช.ปส. ที่ออกมาจุดประกายแนวคิดเปิดโอกาสให้คุณครูสามารถพกอาวุธปืนเพื่อป้องกันเหตุร้ายภายในสถานศึกษาได้ ซึ่ง ผศ.ดร.นพดล มองว่ามีความกล้าหาญและมีคุณค่าอย่างยิ่งในการกระตุ้นให้สังคมหันมาขบคิดเรื่องความปลอดภัยของครูและเด็กอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่การถกเถียงเรื่องอาวุธ แต่เป็นการสะينให้เห็นถึงช่วงเวลาวิกฤตก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าถึงพื้นที่ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ผู้กำหนดนโยบายต้องตระหนัก

Bangkok school safety security guard Thailand

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

"ผมจึงเห็นว่าข้อเสนอของท่านเรวัช ควรถูกนำมาใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบระบบความปลอดภัยที่รอบด้านมากขึ้น ทั้งการป้องกันก่อนเกิดเหตุ การควบคุมอาวุธ การเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน การฝึกซ้อม และการดึงภาคประชาชนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนความปลอดภัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะบางครั้งข้อเสนอที่ทำให้สังคมถกเถียง ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายที่ทำให้สังคมปลอดภัยขึ้นได้เช่นกัน"

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.นพดล ระบุด้วยว่า การนำอาวุธปืนเข้ามาไว้ในสภาพแวดล้อมของเด็ก ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลด้านการป้องกันตัวอย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องคิดพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบที่สุดในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นคำถามว่าใครคือผู้ถือครองและได้รับอนุญาต ผ่านการฝึกฝนมากน้อยแค่ไหน วิธีการเก็บรักษาเมื่อเด็กเข้าถึงจะทำอย่างไร หากเกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ และที่สำคัญหากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาในพื้นที่แล้วพบผู้คนถืออาวุธหลายคน จะมีวิธีแยกแยะผู้ก่อเหตุออกจากผู้ป้องกันเหตุภายในเสี้ยววินาทีได้อย่างไร

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ข้อสังเกตและคำถามเชิงปฏิบัติการที่ ผศ.ดร.นพดล หยิบยกขึ้นมา สะท้อนถึงความซับซ้อนของการใช้มาตรการติดอาวุธในพื้นที่สาธารณะและสถานศึกษา ซึ่งในทางอาชญาวิทยาและหลักยุทธวิธี การมีผู้ถืออาวุธปืนหลายคนในสถานการณ์วิกฤต (Active Shooter Situation) มักสร้างความสับสนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานในการระบุตัวเป้าหมาย การสร้างสมดุลระหว่างมาตรการป้องกันเชิงรุกและการควบคุมความเสี่ยงรอบด้านจึงเป็นโจทย์ท้าทายที่ต้องอาศัยกฎระเบียบและการฝึกอบรมที่เข้มงวดระดับสูง

ในมุมมองส่วนตัวของ ผศ.ดร.นพดล หากท้ายที่สุดกฎหมายจะอนุญาตให้ใช้ปืนได้ภายใต้เงื่อนไขใดก็ตาม สิ่งนั้นควรถูกจัดให้อยู่ในลำดับปลายสุดของระบบความปลอดภัยทั้งหมด แต่สิ่งที่จะต้องถูกวางไว้เป็นอันดับแรกคือกระบวนการป้องกันก่อนเกิดเหตุ โดยควรมองย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นทางว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้ปืนผิดกฎหมายเข้าถึงตัวคนได้ยากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ ผศ.ดร.นพดล ยังได้แสดงความสนับสนุนแนวนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของการควบคุมอาวุธปืน เพราะการสกัดกั้นความรุนแรงไม่ควรถูกรอให้เกิดขึ้นเมื่อคนร้ายก้าวมาถึงประตูโรงเรียนแล้ว หากแต่ต้องเริ่มจัดการตั้งแต่การจัดระเบียบอาวุธปืน ควบคุมอาวุธเถื่อน ตรวจสอบผู้ครอบครอง บังคับใช้กฎหมายพกพาอย่างเด็ดขาด และอาจจำเป็นต้องมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนเพื่อลดโอกาสที่อาวุธจะตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ควรเข้าถึง

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้