IBM เผยยอดขายเมนเฟรมร่วง 42% โทษกระแส AI ทำงบลูกค้าสะดุดชั่วคราว
IBM แจ้งผลประกอบการไตรมาสล่าสุดต่ำกว่าคาด หลังยอดขายเมนเฟรมดิ่งฮวบเนื่องจากลูกค้าย้ายงบไปซื้อฮาร์ดแวร์ราคาสูงจากบูม AI ยืนยันไม่ใช่จุดจบของระบบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ยอดขายเมนเฟรมของ IBM ร่วงลงถึง 42% ในไตรมาสล่าสุด
- ลูกค้าระดับองค์กรโยกย้ายงบไปซื้อฮาร์ดแวร์อื่นที่ราคาพุ่งสูงขึ้น 15% ถึง 30%
- ผู้บริหารยืนยันว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเพียงความสะดุดชั่วคราวและไม่มีลูกค้าย้ายหนีระบบ
บริษัทไอทีอายุ 115 ปีอย่าง IBM เผชิญกับไตรมาสที่ยากลำบากหลังจากเปิดเผยตัวเลขผลประกอบการประจำวันพุธที่ผ่านมา โดยแม้ว่าบริษัทจะยังคงทำรายได้รวมสูงถึง 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ มีกำไรขั้นต้น 9.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตรากำไรเกือบ 58% และมีกำไรสุทธิ 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้ แต่ตัวเลขทั้งหมดก็ยังต่ำกว่าความคาดหมายของ Wall Street อย่างมาก
ความย่ำแย่ดังกล่าวทำให้ซีอีโอ Arvind Krishna และคณะกรรมการต้องตัดสินใจเตือนนักลงทุนล่วงหน้าก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการว่าผลประกอบการแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ พร้อมทั้งปรับลดคาดการณ์การเติบโตตลอดทั้งปีลง โดยสาเหตุหลักมาจากธุรกิจเมนเฟรมซึ่งเป็นแหล่งทำเงินสำคัญของบริษัทมียอดขายลดลงถึง 42% ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ เพราะในทางธุรกิจแล้ว IBM สามารถสร้างรายได้จากซอฟต์แวร์ได้ถึง 3 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับทุก ๆ 1 ดอลลาร์สหรัฐที่ขายฮาร์ดแวร์เมนเฟรมได้ ตามคำอธิบายของซีเอฟโอ Jim Kavanaugh
ทางผู้บริหารระดับสูงอย่าง Arvind Krishna และ Jim Kavanaugh ได้ชี้แจงในที่ประชุมนักลงทุนว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพียงความสะดุดชั่วคราวเท่านั้น ลูกค้าระดับองค์กรจำนวนหลักสิบรายที่มีกำหนดการต้องซื้อเครื่องเมนเฟรมใหม่ในไตรมาสนี้ ตัดสินใจชะลอการซื้อออกไปก่อน แม้จำนวนลูกค้าจะไม่มากนัก แต่ระบบเมนเฟรมมีมูลค่าสูงตั้งแต่หลักแสนถึงหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังสร้างรายได้ต่อเนื่องมหาศาลจากสัญญาบำรุงรักษาและซอฟต์แวร์

วิกฤตบูมของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กลายเป็นดาบสองคมที่ทั้งหนุนและกดดันธุรกิจของ IBM ในเวลาเดียวกัน ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเลือกที่จะนำงบประมาณไปซื้อฮาร์ดแวร์ประเภทอื่นแทน เนื่องจากต้องเผชิญกับภาวะราคาอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูลและพีซีที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 15% ถึง 30% ซีอีโอ Arvind Krishna ระบุว่าเมื่อลูกค้าต้องเผชิญปัญหาราชาที่สูงลิ่ว จึงตัดสินใจโยกงบไปใช้ในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนเหล่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหญ่อย่าง Dell, HP และ Apple ที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่าต้นทุนชิ้นส่วนหน่วยความจำที่สูงขึ้นจากกระแส AI ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาเช่นกัน
"When they were faced with that issue, then they decided to move budget to those areas where they were having that extreme price"
Arvind Krishna
การชะลอตัวชั่วคราวของฮาร์ดแวร์ราคาสูงอย่างเมนเฟรมสะท้อนให้เห็นว่า งบประมาณด้านไอทีขององค์กรทั่วโลกในยุค AI กำลังถูกจัดลำดับความสำคัญใหม่เพื่อรองรับต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สูงขึ้น แม้ตัวเลขจะร่วงลงในระยะสั้น แต่ระบบเมนเฟรมยังคงมีบทบาทสำคัญในระบบหลังบ้านขององค์กรขนาดใหญ่ ทำให้การย้ายระบบหนีไม่ใช่เรื่องง่ายและใช้เวลานาน
อย่างไรก็ตาม Arvind Krishna ได้ให้คำมั่นว่าลูกค้ากลุ่มดังกล่าวจะกลับมาซื้อเครื่องเมนเฟรมใหม่รวมถึงทำสัญญาซอฟต์แวร์อย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้ และเปิดเผยว่าลูกค้าบางรายได้เริ่มกลับมาดำเนินการซื้อขายแล้วในไตรมาสนี้ พร้อมย้ำว่าบริษัทไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าลูกค้ากำลังทยอยเลิกใช้งานระบบเมนเฟรม
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น