ข้ามไปเนื้อหาหลัก

IBM เผยยอดขายเมนเฟรมร่วง 42% โทษกระแส AI ทำงบลูกค้าสะดุดชั่วคราว

IBM แจ้งผลประกอบการไตรมาสล่าสุดต่ำกว่าคาด หลังยอดขายเมนเฟรมดิ่งฮวบเนื่องจากลูกค้าย้ายงบไปซื้อฮาร์ดแวร์ราคาสูงจากบูม AI ยืนยันไม่ใช่จุดจบของระบบ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Jul 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 03 Aug 2026
แชร์
IBM เผยยอดขายเมนเฟรมร่วง 42% โทษกระแส AI ทำงบลูกค้าสะดุดชั่วคราว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ยอดขายเมนเฟรมของ IBM ร่วงลงถึง 42% ในไตรมาสล่าสุด
  • ลูกค้าระดับองค์กรโยกย้ายงบไปซื้อฮาร์ดแวร์อื่นที่ราคาพุ่งสูงขึ้น 15% ถึง 30%
  • ผู้บริหารยืนยันว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเพียงความสะดุดชั่วคราวและไม่มีลูกค้าย้ายหนีระบบ

บริษัทไอทีอายุ 115 ปีอย่าง IBM เผชิญกับไตรมาสที่ยากลำบากหลังจากเปิดเผยตัวเลขผลประกอบการประจำวันพุธที่ผ่านมา โดยแม้ว่าบริษัทจะยังคงทำรายได้รวมสูงถึง 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ มีกำไรขั้นต้น 9.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตรากำไรเกือบ 58% และมีกำไรสุทธิ 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้ แต่ตัวเลขทั้งหมดก็ยังต่ำกว่าความคาดหมายของ Wall Street อย่างมาก

ความย่ำแย่ดังกล่าวทำให้ซีอีโอ Arvind Krishna และคณะกรรมการต้องตัดสินใจเตือนนักลงทุนล่วงหน้าก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการว่าผลประกอบการแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ พร้อมทั้งปรับลดคาดการณ์การเติบโตตลอดทั้งปีลง โดยสาเหตุหลักมาจากธุรกิจเมนเฟรมซึ่งเป็นแหล่งทำเงินสำคัญของบริษัทมียอดขายลดลงถึง 42% ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ เพราะในทางธุรกิจแล้ว IBM สามารถสร้างรายได้จากซอฟต์แวร์ได้ถึง 3 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับทุก ๆ 1 ดอลลาร์สหรัฐที่ขายฮาร์ดแวร์เมนเฟรมได้ ตามคำอธิบายของซีเอฟโอ Jim Kavanaugh

42%ยอดขายเมนเฟรมที่ลดลง
3 ดอลลาร์รายได้ซอฟต์แวร์ต่อฮาร์ดแวร์ 1 ดอลลาร์

ทางผู้บริหารระดับสูงอย่าง Arvind Krishna และ Jim Kavanaugh ได้ชี้แจงในที่ประชุมนักลงทุนว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพียงความสะดุดชั่วคราวเท่านั้น ลูกค้าระดับองค์กรจำนวนหลักสิบรายที่มีกำหนดการต้องซื้อเครื่องเมนเฟรมใหม่ในไตรมาสนี้ ตัดสินใจชะลอการซื้อออกไปก่อน แม้จำนวนลูกค้าจะไม่มากนัก แต่ระบบเมนเฟรมมีมูลค่าสูงตั้งแต่หลักแสนถึงหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังสร้างรายได้ต่อเนื่องมหาศาลจากสัญญาบำรุงรักษาและซอฟต์แวร์

corporate server room technology hardware

วิกฤตบูมของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กลายเป็นดาบสองคมที่ทั้งหนุนและกดดันธุรกิจของ IBM ในเวลาเดียวกัน ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเลือกที่จะนำงบประมาณไปซื้อฮาร์ดแวร์ประเภทอื่นแทน เนื่องจากต้องเผชิญกับภาวะราคาอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูลและพีซีที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 15% ถึง 30% ซีอีโอ Arvind Krishna ระบุว่าเมื่อลูกค้าต้องเผชิญปัญหาราชาที่สูงลิ่ว จึงตัดสินใจโยกงบไปใช้ในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนเหล่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหญ่อย่าง Dell, HP และ Apple ที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่าต้นทุนชิ้นส่วนหน่วยความจำที่สูงขึ้นจากกระแส AI ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาเช่นกัน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"When they were faced with that issue, then they decided to move budget to those areas where they were having that extreme price"

Arvind Krishna

การชะลอตัวชั่วคราวของฮาร์ดแวร์ราคาสูงอย่างเมนเฟรมสะท้อนให้เห็นว่า งบประมาณด้านไอทีขององค์กรทั่วโลกในยุค AI กำลังถูกจัดลำดับความสำคัญใหม่เพื่อรองรับต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สูงขึ้น แม้ตัวเลขจะร่วงลงในระยะสั้น แต่ระบบเมนเฟรมยังคงมีบทบาทสำคัญในระบบหลังบ้านขององค์กรขนาดใหญ่ ทำให้การย้ายระบบหนีไม่ใช่เรื่องง่ายและใช้เวลานาน

อย่างไรก็ตาม Arvind Krishna ได้ให้คำมั่นว่าลูกค้ากลุ่มดังกล่าวจะกลับมาซื้อเครื่องเมนเฟรมใหม่รวมถึงทำสัญญาซอฟต์แวร์อย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้ และเปิดเผยว่าลูกค้าบางรายได้เริ่มกลับมาดำเนินการซื้อขายแล้วในไตรมาสนี้ พร้อมย้ำว่าบริษัทไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าลูกค้ากำลังทยอยเลิกใช้งานระบบเมนเฟรม

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้