ไขข้อข้องใจ ทำไมโตขึ้นถึงชอบกินมะระ เผยสาเหตุที่ต่อมรับรสเปลี่ยนไป
เลิกเข้าใจผิดว่าการกินผักรสขมคือสัญญาณความแก่ เปิดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงเอ็นจอยรสชาติของมะระและกาแฟดำ พร้อมเมนูเด็ดและวิธีลดความขม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- การชอบกินรสขมไม่ได้แปลว่าแก่ แต่เกิดจากธรรมชาติและประสบการณ์
- เด็กมีปุ่มรับรส 10,000 ปุ่มที่ไวต่อความขมเพื่อป้องกันสารพิษ
- เมื่อโตขึ้นปุ่มรับรสลดลงทำให้รับรู้ความซับซ้อนและรสหวานที่ซ่อนอยู่
- มะระอุดมด้วยสารชาแรนตินช่วยลดน้ำตาลในเลือดและต้านอนุมูลอิสระ
หลายคนมักแซวกันเล่นๆ ว่าถ้าเริ่มกินมะระหรือกาแฟดำได้เมื่อไหร่แสดงว่าเริ่มมีอายุแล้ว แต่ในความเป็นจริงพฤติกรรมการกินอาหารรสขมไม่ได้สะท้อนว่าเข้าสู่วัยผู้สูงอายุเสมอไป เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาของระบบรับรสตามธรรมชาติและประสบการณ์ชีวิตที่สะสมมานานหลายปี
ทำไมเมื่ออายุมากขึ้น ถึงเริ่มกินมะระ กาแฟดำ หรือผักรสขมได้อร่อยกว่าสมัยเด็ก คำตอบคือการชอบกินของขมไม่ได้เป็นสัญญาณว่าแก่แล้วเสมอไป แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระบบรับรสตามธรรมชาติ ประกอบกับประสบการณ์การกินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถอธิบายรายละเอียดได้ดังนี้
- จำนวนปุ่มรับรสลดลง: ในวัยเด็กจะมีปุ่มรับรสประมาณ 10,000 ปุ่ม และมีความไวต่อรสขมเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการทานสารพิษตามธรรมชาติ แต่เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่และวัยสูงอายุ ปริมาณปุ่มรับรสจะค่อยๆ ลดลงและความไวในการรับรสขมจะลดน้อยลงตามไปด้วย
- ประสบการณ์และความคุ้นเคย: พฤติกรรมการกินได้รับการพัฒนาตามวัย เมื่อเราเติบโตขึ้น สมองเรียนรู้ว่ารสขมจากผักอย่างมะระไม่ได้เป็นอันตราย ทำให้เกิดความคุ้นเคยและสามารถลิ้มรสความหวานที่ซ่อนอยู่หลังรสขมตามสำนวนหวานเป็นลมขมเป็นยาได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ มะระทั้งมะระจีนและมะระขี้นกยังจัดเป็นสมุนไพรและผักพื้นบ้านที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยมีประโยชน์หลักที่น่าสนใจดังนี้
- ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด: มีสารชาแรนตินและพอลีเพปไทด์-พีที่มีกลไกคล้ายอินซูลิน
- กระตุ้นเจริญอาหาร: รสขมช่วยกระตุ้นการทำงานของน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร
- อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ: มีวิตามินซีและเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตาและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
หากเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างช่วงวัย จะพบว่าในวัยเด็กมีความไวต่อรสขมสูงมากและมีสัญชาตญาณหลีกเลี่ยงสารพิษ ขณะที่วัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุความไวต่อรสขมจะลดลงตามธรรมชาติและสามารถรับรู้ถึงรสชาติที่ซับซ้อนและมีประโยชน์ได้ดีขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในมุมมองเชิงโภชนาการ การที่เราปฏิเสธผักรสขมในวัยเด็กเป็นกลไกการเอาตัวรอดตามวิวัฒนาการของมนุษย์ เนื่องจากสารพิษในธรรมชาติส่วนใหญ่จะมีรสขม การที่ร่างกายปรับลดความไวของปุ่มรับรสลงเมื่อเติบโตขึ้นจึงเปิดโอกาสให้เราเข้าถึงสารอาหารและพฤกษเคมีที่มีประโยชน์จากพืชตระกูลแตงเหล่านี้ ซึ่งหาไม่ได้จากอาหารที่มีรสหวานหรือเค็มทั่วไป
สำหรับผู้ที่อยากลองทานแต่วิตกกังวลเรื่องความขม นี่คือลิสต์เมนูยอดฮิตที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
- ต้มจืดมะระยัดไส้หมูสับ: เมนูกระดูกซุปน้ำใสสุดคลาสสิก นำมะระจีนมาหั่นท่อน ขูดไส้ออก แล้วขยำเกลือเพื่อลดความขม ก่อนยัดไส้ด้วยหมูสับวุ้นเส้นและนำไปต้มเคี่ยวด้วยไฟอ่อน จะได้น้ำซุปหวานกลมกล่อมและเนื้อมะระที่นุ่มนวล
- มะระผัดไข่: เมนูทำง่ายประจำบ้าน นำมะระมาซอยบางๆ ขยำเกลือและลวกน้ำร้อนสั้นๆ ก่อนนำไปผัดด้วยไฟแรงพร้อมไข่ไก่และกระเทียมเจียว จนได้รสสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน รสชาติขมตัดหวานลงตัว
- มะระยัดไส้นึ่งนมอ่อน / นึ่งซีอิ๊ว: เมนูสไตล์จีน นำมะระยัดไส้หมูสับหรือเนื้อกุ้ง นำไปนึ่งจนสุกแล้วราดด้วยซอสซีอิ๊วขาวและน้ำมันหอมระเหยกระเทียมเจียว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงน้ำมันจากการผัด
- ยำมะระสดกุ้งสด: สายรสจัดจ้านต้องไม่พลาด นำมะระจีนซอยบางแช่น้ำเย็นจัดเพื่อเพิ่มความกรอบและลดความขม นำมาคลุกเคล้ากับน้ำยำรสแซ่บ กุ้งสดลวก และหมูสับ ได้ทั้งความสดชื่นและประโยชน์เต็มคำ
- ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ: เมนูสตรีทฟู้ดยอดนิยม ใช้มะระต้มเปื่อยในน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวไก่ หรือเสิร์ฟคู่กับมะระสดหั่นบาง เป็นตัวช่วยชูรสชาติให้น้ำซุปเข้มข้นยิ่งขึ้น
หากต้องการจัดการกับความขมก่อนนำไปทำอาหาร มีขั้นตอนปฏิบัติและผลลัพธ์ที่ได้ดังนี้
- การใช้เกลือป่น: หั่นมะระแล้วโรยเกลือขยำเบาๆ ทิ้งไว้ 15 ถึง 20 นาที แล้วล้างออก ช่วยดึงน้ำขมออกจากเนื้อมะระ
- การลวกน้ำร้อน: นำมะระไปลวกในน้ำเดือดใส่เกลือเล็กน้อย ประมาณ 1 ถึง 2 นาที ช่วยให้สีผักยังคงเขียวสดและลดรสปร่า
- การขูดไส้ขาว: ขูดเยื่อสีขาวด้านในออกให้หมดจนเห็นเนื้อเขียว ลดจุดสะสมความขมหลักของมะระ
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น