ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ชาวแคนาดาใจกล้าลุยไฟป่าเอง หลังเจ้าหน้าที่ไม่พอรับมือวิกฤต

ชาวบ้านบางส่วนเลือกฝ่าฝืนคำสั่งอพยพเพื่อปกป้องบ้านเรือน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเร่งฝึกอบรมชุมชนห่างไกลให้รับมือไฟป่าด้วยตนเอง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
10 Aug 2026ที่มา: BBC Science & Environment4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ชาวแคนาดาใจกล้าลุยไฟป่าเอง หลังเจ้าหน้าที่ไม่พอรับมือวิกฤต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ชาวแคนาดาบางส่วนเลือกอยู่ต่อเพื่อสู้กับไฟป่าและดูแลผู้สูงอายุ แม้เสี่ยงถูกปรับ
  • ผู้นำชุมชนท้องถิ่นกังวลทรัพยากรไม่เพียงพอและขอให้ชาวบ้านอพยพเพื่อความปลอดภัย
  • กลุ่มอาสาสมัครในบริติชโคลัมเบียลุกขึ้นมาฝึกอบรมการดับไฟป่าและการทำแนวกันไฟ

ชายคนหนึ่งในชุมชนได้ติดตั้งระบบสปริงเกลอร์บนหลังคาบ้านเพื่อคอยดับสะเก็ดไฟที่ลอยตกลงมา พร้อมทั้งคอยตรวจตราความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุในชุมชนที่ตัดสินใจไม่ยอมย้ายออก และเตรียมเรือยนต์จำนวนสี่ลำไว้ที่ทะเลสาบเผื่อกรณีที่ต้องอพยพหนีภัยอย่างเร่งด่วน สถานการณ์ไฟป่าในแคนาดาช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาถือว่ารุนแรงมาก โดยในปี 2023 ทำลายพื้นที่ป่าไปเทียบเท่ากับขนาดของประเทศซีเรีย และในเดือนสิงหาคมนี้มีไฟป่ากำลังลุกไหม้อย่าง active มากกว่า 750 จุดทั่วประเทศ

ผลกระทบจากควันไฟลามไปไกลถึงแถบมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกาจนทำให้อากาศในหลายเมืองเต็มไปด้วยมลพิษ โดยแม้แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ออกมาแสดงความกังวลและขู่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาเพิ่มเติม เนื่องจากปล่อยให้อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันพัดลงมาทางใต้ วิกฤตไฟป่าที่ทวีความรุนแรงนี้ทำให้เกิดคำถามระดับชาติว่ากำลังพลของนักดับเพลิงมีเพียงพอหรือไม่ และชุมชนห่างไกลที่อยู่ใกล้ผืนป่าอันกว้างใหญ่จะเรียนรู้การใช้ชีวิตท่ามกลางความจริงใหม่นี้อย่างไร

คำถามเหล่านี้คือสิ่งที่ Wigwas ต้องเผชิญเมื่อเขาตัดสินใจปักหลักอยู่ต่อ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับค่าปรับประมาณ 800 ดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 570 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 425 ปอนด์) ฐานฝ่าฝืนคำสั่งอพยพ ผู้นำของชุมชน Gull Bay First Nation หรือที่รู้จักในชื่อ Kiashke Zaaging Anishinaabek ได้พยายามขอร้องให้สมาชิกในชุมชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ขณะที่ไฟป่ากว่า 150 จุดกำลังโหมกระหน่ำทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐออนแทริโอ

Canada forest firefighting equipment rural

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การที่ชาวบ้านเลือกฝ่าฝืนคำสั่งอพยพสะท้อนให้เห็นช่องว่างระหว่างมาตรการความปลอดภัยภาครัฐกับความผูกพันต่อบ้านเกิดของคนท้องถิ่น ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐมองความปลอดภัยของชีวิตเป็นอันดับแรกและกังวลว่าประชาชนที่ตกค้างจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ชาวบ้านกลับมองว่าทรัพย์สินของพวกเขาอาจไม่ได้รับการปกป้องทันเวลาเนื่องจากกำลังพลถูกจัดสรรไปยังจุดที่ประชากรหนาแน่นกว่า นำไปสู่แนวคิดการพึ่งพาตนเองและการจัดตั้งหน่วยกู้ภัยชุมชนขึ้นมาทดแทน

หัวหน้าเผ่าได้เขียนจดหมายลงวันที่ 29 กรกฎาคม ขอร้องให้ผู้ที่ยังคงปักหลักอยู่ยอมถอนตัวออกไปทันที โดยระบุว่านักดับเพลิงในออนแทริโอไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยหากยังมีประชาชนอาศัยอยู่ภายในบ้านเรือน ซึ่งเป็นข้อความเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ในรัฐบริติชโคลัมเบียกำลังพยายามสื่อสารเช่นกันท่ามกลางไฟป่ากว่า 115 จุดในพื้นที่ แต่สำหรับ Wigwas ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เขายังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากต่างถิ่นเข้ามาช่วยปกป้องทรัพย์สินหรือดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ทำให้เขาตระหนักว่าชุมชน First Nation ควรมีระบบรับมือเหตุฉุกเฉินด้านไฟป่าเป็นของตนเอง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

400+ผู้เข้ารับการอบรมดับไฟป่าในชุมชนฟอร์ตเนลสัน
C$800ค่าปรับกรณีฝ่าฝืนคำสั่งอพยพ

Wigwas กล่าวว่าทุกคนมักพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ยังไม่มีใครลงมือรวมกลุ่มชุมชน First Nation เพื่อสร้างระบบป้องกันที่เป็นรูปธรรม โดยเขาเสริมว่าทรัพยากรการดับเพลิงมักจะถูกจัดสรรตามพฤติกรรมของไฟ สภาพอากาศ และความเสี่ยงต่อชุมชน ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งรัฐบริติชโคลัมเบียซึ่งเป็นแนวหน้าในการรับมือไฟป่า ประชาชนกำลังดำเนินการในลักษณะเดียวกับที่ Wigwas วาดฝันไว้ ด้วยการฝึกอบรมชาวบ้านในพื้นที่ชนบทให้รู้วิธีตอบสนองต่อไฟป่าอย่างปลอดภัยก่อนที่ทีมงานจากภายนอกจะเดินทางมาถึง

"ทุกคนพูดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ไม่มีใครทำอะไรเพื่อรวมชุมชนเข้าด้วยกันและสร้างระบบแบบนี้ขึ้นมา"

Wigwas

Canadian boreal forest wildfire smoke

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

Sonja Leverkus นักวิจัยด้านไฟป่าระบุว่าเธอได้ช่วยฝึกอบรมผู้คนมากกว่า 400 คนในชุมชนฟอร์ตเนลสันและพื้นที่ใกล้เคียงในช่วงสามปีที่ผ่านมา ผ่านกลุ่มดับเพลิงที่เธอร่วมก่อตั้งชื่อว่า Northeast BC Rural Incident Management Team เธอกล่าวว่าความพยายามนี้เกิดขึ้นจากความตระหนักว่าแคนาดาต้องเปลี่ยนวิธีรับมือไฟป่า เนื่องจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศทำให้ไฟป่าเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น ชุมชนห่างไกลที่อยู่ไกลออกไปหลายร้อยกิโลเมตรอาจถูกจัดให้อยู่ในลำดับความสำคัญท้ายๆ หากมีไฟป่ากำลังคุกคามพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นกว่า

กลุ่มอาสาสมัครส่วนใหญ่ที่เป็นชนพื้นเมืองได้ทำการเผาควบคุมเชื้อเพลิง (prescribed burns) เพื่อกำจัดเชื้อเพลิงที่อาจโหมกระหน่ำไฟป่า และช่วยดับไฟขนาดเล็กก่อนที่จะลุกลามโดยใช้รถบรรทุกน้ำดับเพลิงที่จัดซื้อผ่านการระดมทุนและเงินช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม กลุ่มของ Leverkus ยังไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลบริติชโคลัมเบีย ซึ่งสะท้อนถึงความตึงเครียดในภูมิภาคที่เสี่ยงต่อไฟป่าระหว่างผู้บังคับใช้กฎหมายอพยพกับผู้ที่เลือกฝ่าฝืน

ที่มา: BBC Science & Environment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้