คีย์บอร์ดไร้สาย Hall Effect จาก Keychron ลดราคาพิเศษเหลือ 103.99 ดอลลาร์
คีย์บอร์ดอลูมิเนียม K2 HE ดีไซน์ 75 เปอร์เซ็นต์ กลับมาทำราคาต่ำสุดอีกครั้ง พร้อมข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์เกมมิ่งอื่นๆ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Keychron K2 HE ขนาด 75 เปอร์เซ็นต์ ลดราคาเหลือ 103.99 ดอลลาร์
- รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ USB-C บลูทูธ และคลื่น 2.4GHz
- มีเซ็นเซอร์ Hall Effect ปรับแต่งระยะกดและใช้ฟังก์ชัน Rapid Trigger ได้
- เปิดกว้างด้วยซอฟต์แวร์เว็บเบราว์เซอร์และรองรับเฟิร์มแวร์ QMK
คีย์บอร์ดเกมมิ่งและอุปกรณ์เสริมระดับพรีเมียมกลับมาทำราคาจับต้องได้อีกครั้ง โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีเซ็นเซอร์แม่เหล็กขั้นสูง ซึ่งช่วยยกระดับความแม่นยำในการพิมพ์และการเล่นเกม บทความจาก The Verge โดยบรรณาธิการฝ่ายพาณิชย์ Cameron Faulkner ได้รวบรวมดีลสินค้าไอทีที่น่าสนใจ ซึ่งมีไฮไลต์อยู่ที่คีย์บอร์ดไร้สายตระกูล Hall Effect ของแบรนด์ Keychron ที่ลดราคาลงมาเท่ากับระดับต่ำสุดที่เคยบันทึกไว้ในรอบปีนี้
สำหรับรุ่นอะลูมิเนียม K2 HE ซึ่งมาในเลย์เอาต์ขนาด 75 เปอร์เซ็นต์ วางจำหน่ายบน Amazon ในราคา 103.99 ดอลลาร์ จากราคาปกติ 130 ดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นส่วนลดที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งตลอดช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกบอดี้ข้างไม้ (wood siding) ที่ลดราคาลง 20 เปอร์เซ็นต์เหลือ 111.99 ดอลลาร์ บนแพลตฟอร์มเดียวกันเช่นเดียวกัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านความสามารถในการเชื่อมต่อ คีย์บอร์ดรุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อผ่านสาย USB-C หรือเชื่อมต่ออย่างไร้สายผ่านบลูทูธ รวมถึงการเชื่อมต่อย่านความถี่ 2.4GHz ที่เสถียรยิ่งขึ้น ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งค่าคีย์บอร์ด ทั้งการกำหนดปุ่มและระยะการกด (actuation points) ผ่านเครื่องมือบนเว็บเบราว์เซอร์ของ Keychron ได้ทันที หรือหากต้องการความยืดหยุ่นระดับลึกก็สามารถแฟลชเฟิร์มแวร์ของตนเองได้ เนื่องจากตัวอุปกรณ์รองรับระบบโอเพนซอร์ส QMK อย่างเต็มรูปแบบ
เซ็นเซอร์แบบ Hall Effect (แม่เหล็กไฟฟ้า) กำลังได้รับความนิยมสูงในกลุ่มเกมเมอร์และผู้ที่ชื่นชอบคีย์บอร์ดเชิงกล เนื่องจากไม่มีหน้าสัมผัสทางกายภาพที่สึกหรอ ทำให้ทนทานกว่าสวิตช์ทั่วไป และจุดเด่นสำคัญคือ Rapid Trigger ที่ช่วยให้สวิตช์รีเซ็ตสถานะพร้อมรับคำสั่งถัดไปได้ทันทีที่ปลายนิ้วเริ่มขยับขึ้น ไม่ต้องรอให้ปุ่มเด้งกลับสุดทาง ช่วยเพิ่มความเร็วในการตอบสนองเกมแนวแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใช้งานคีย์บอร์ดประเภทนี้ จุดเด่นคือการมอบความยืดหยุ่นในการควบคุมแรงกดที่ใช้ในการทำงานแต่ละปุ่มได้อย่างละเอียด ยิ่งไปกว่านั้น สวิตช์ยังเป็นแบบ hot-swappable ที่ถอดเปลี่ยนได้ง่าย และรองรับระบบปฏิบัติการหลักอย่างครบถ้วนทั้ง Windows, macOS และ Linux ถือเป็นอุปกรณ์ที่คุ้มค่าต่อการลงทุนสำหรับผู้ที่มองหาคีย์บอร์ดหน้าตาสวยงามและฟังก์ชันครบเครื่อง
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น