‘บิ๊กดุลย์’ เดินหน้าพัฒนากองทัพยุคใหม่ เน้นย้ำ 3 นโยบายหลัก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชู 3 โครงการหลักยกระดับกองทัพยุคใหม่ ทั้งโครงการน้ำไหลไฟสว่างทางดีมีสัญญาณโทรศัพท์, ผลักดันระบบทหารสมัครใจ และเปลี่ยนผ่านกองทัพสู่ผู้ผลิตยุทโธปกรณ์.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงกลาโหมผ่าน 3 นโยบายหลัก
- ลุยโครงการน้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์ ให้กับ 8 กองกำลังตามแนวชายแดน
- มุ่งเปลี่ยนผ่านการเกณฑ์ทหารสู่ระบบสมัครใจอย่างแท้จริงเพื่อยกเลิกการจับใบดำใบแดง
- ผลักดันกองทัพไทยสู่การเป็นผู้ผลิตยุทโธปกรณ์และโดรนเพื่อพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงกลาโหม โดยระบุว่าการเสริมสร้างความมั่นคงและการพัฒนากองทัพรวมถึงคุณภาพชีวิตของกำลังพลกำลังดำเนินไปอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน 3 โครงการหลักที่สำคัญ โดยเริ่มจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดนในโครงการ “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสวัสดิการของทหารกล้าในพื้นที่เสี่ยงภัย
โครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อดำเนินงานในด้านต่างๆ ได้แก่
- พัฒนาระบบน้ำอุปโภคบริโภค
- ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
- ปรับปรุงเส้นทางคมนาคมสำหรับการส่งกำลังบำรุงและการลาดตระเวน
- ขยายระบบสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมกำลังป้องกันชายแดนรวม 8 กองกำลัง ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1, 3 และ 4
การดำเนินการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการทางทหารเท่านั้น แต่ยังช่วยให้กำลังพลสามารถติดต่อสื่อสารกับครอบครัวได้สะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชายแดนของกระทรวงกลาโหมถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและสวัสดิการของทหารชั้นผู้น้อยที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานเช่นอินเทอร์เน็ตและพลังงานสะอาดเข้ากับความมั่นคงชายแดนสะท้อนให้เห็นแนวคิดการพัฒนาความมั่นคงในมิติใหม่ที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ควบคู่ไปกับภารกิจทางทหาร
"ความมั่นคงยุคใหม่ไม่ได้หมายถึงกำลังรบเพียงอย่างเดียว แต่คือการดูแลคนของตนให้ ‘อยู่ได้’ และ ‘อยู่ดี’ ทหารที่ปกป้องอธิปไตยของชาติควรมีน้ำสะอาดใช้ มีไฟฟ้าให้แสงสว่าง มีทางเดินที่มั่นคง และมีสัญญาณโทรศัพท์ไว้ติดต่อครอบครัว เพราะกำลังใจของคนแนวหน้าคือพลังที่หล่อเลี้ยงความมั่นคงของชาติ"
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
นอกจากเรื่องสวัสดิการตามแนวชายแดนแล้ว พล.ท.อดุลย์ ยังได้กล่าวเน้นย้ำถึงการปฏิรูปกำลังพล โดยกองทัพมีความต้องการที่จะเปลี่ยนผ่านการเกณฑ์ทหารไปสู่ระบบสมัครใจอย่างแท้จริง เพื่อยกเลิกการจับใบดำใบแดงในที่สุด ซึ่งการปรับเปลี่ยนนี้จะช่วยเปลี่ยนมุมมองต่อการรับราชการทหารจากการมองว่าเป็นการเสียโอกาส ให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเอง ยกระดับศักดิ์ศรีและสร้างอนาคตให้กับกำลังพล
ในมิติของการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่กองทัพไทยจะต้องเปลี่ยนผ่านจากผู้ซื้อมาเป็นผู้ผลิตเพื่อพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โดยมีการร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันผลิตยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีโดรนส่งมอบให้หน่วยแนวชายแดนได้ใช้งานจริง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตกำลังพล พร้อมขับเคลื่อนความมั่นคงทางทหารและเศรษฐกิจของประเทศไปพร้อมกัน
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น