ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เจฟฟ์ เบซอส เตรียมซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล มูลค่าดีลกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์

มหาเศรษฐีพันล้าน เจฟฟ์ เบซอส สนใจเข้าซื้อหุ้นอย่างน้อย 30% ในสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล เคียงข้างเซเลบริตี้ระดับโลกที่ลงทุนในพรีเมียร์ลีก

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
11 Aug 2026ที่มา: TechCrunch2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
เจฟฟ์ เบซอส เตรียมซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล มูลค่าดีลกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เจฟฟ์ เบซอส สนใจซื้อหุ้นอย่างน้อย 30% ในสโมสรลิเวอร์พูล
  • มูลค่าประเมินของดีลนี้สูงถึง 1.35 พันล้านปอนด์หรือราว 1.8 พันล้านดอลลาร์
  • เทรนด์ชาวอเมริกันลงทุนในทีมฟุตบอลอังกฤษกำลังเติบโตสูง

เจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Amazon กำลังเตรียมก้าวเข้าสู่โลกแห่งการลงทุนด้านกีฬาเป็นครั้งแรก ด้วยการเจรจาซื้อหุ้นในสโมสรฟุตบอลชื่อดังของอังกฤษอย่างลิเวอร์พูล รายงานจาก The Guardian ระบุว่าเบซอสร่วมกับบุคคลอื่น ๆ เช่น เอโดอาร์โด ซาเวริน ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook กำลังเล็งเข้าถือหุ้นในสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของทีม

การเจรจาดังกล่าวประเมินมูลค่าสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลเอาไว้ที่ 1.35 พันล้านปอนด์ หรือคิดเป็นประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ Forbes ระบุว่าลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในสโมสรที่โดดเด่นที่สุดในยุโรปด้วยมูลค่าราว 6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมีชื่อเสียงและความนิยมในสหราชอาณาจักรเทียบได้กับทีมอเมริกันฟุตบอล Dallas Cowboys ในสหรัฐอเมริกา

England Premier League football stadium and fans

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

13/20สโมสรในพรีเมียร์ลีกที่มีผู้ถือหุ้นชาวอเมริกัน

การเป็นเจ้าของหุ้นในสโมสรฟุตบอลอังกฤษได้กลายเป็นกระแสวัฒนธรรมของเหล่าคนดังในปัจจุบัน ตามรอยเซเลบริตี้และนักลงทุนชื่อดังหลายราย เช่น ทอม เบรดี ที่ซื้อหุ้นส่วนน้อยในสโมสรเบอร์มิงแฮม ซิตี้ รวมถึงวิล เฟอร์เรล, รัสเซลล์ เวสต์บรูค และไมเคิล เฟลป์ส ที่ถือหุ้นในสโมสรลีดส์ ยูไนเต็ด ข้อมูลจาก Sky Sports ระบุว่ามีสโมสรถึง 13 จาก 20 ทีมในศึกพรีเมียร์ลีกที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่หรือผู้ร่วมลงทุนเป็นชาวอเมริกันแล้ว

ปรากฏการณ์ที่กลุ่มทุนและเซเลบริตี้ชาวอเมริกันแห่ซื้อสโมสรฟุตบอลในอังกฤษ สะท้อนถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกีฬาฟุตบอลในสหรัฐอเมริกา ประกอบกับลีกกีฬาหลักในประเทศอย่าง NFL หรือ MLB มีมูลค่าสูงเกินกว่าจะเข้าถึงได้ยาก หรือมีโครงสร้างที่ปิดกั้นการเข้าร่วมของนักลงทุนหน้าใหม่ การเข้ามาลงทุนในพรีเมียร์ลีกจึงเป็นช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า พร้อมกับสร้างเครือข่ายและความใกล้ชิดกับบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลก

นอกจากนี้ บทบาทของเบซอสในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่แต่งงานกับลอเรน ซานเชซ เริ่มถูกมองว่าเป็นบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรมมากกว่าแค่เจ้าพ่อเทคโนโลยี ท่ามกลางทรัพย์สินสุทธิราว 280 พันล้านดอลลาร์ การมีทีมกีฬาในครอบครองจึงดูเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมา Amazon เคยถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลยุโรปมาแล้ว และบริษัท AI แห่งใหม่ของเบซอสอย่าง Prometheus ก็กำลังมองหาพื้นที่เพื่อเปิดสำนักงานในย่าน King's Cross ของกรุงลอนดอนอีกด้วย

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้