ไขข้อสงสัย ข้าวโพดเหลือง VS ข้าวโพดขาว ต่างกันยังไง สีไหนน้ำตาลน้อยกว่า
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างข้าวโพดเหลืองและข้าวโพดขาว ทั้งรสชาติ เนื้อสัมผัส และปริมาณสารอาหารต่อ 100 กรัม เพื่อเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายสุขภาพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ข้าวโพดเหลืองเด่นเรื่องความหวานกรอบ ฉ่ำน้ำ และมีเบต้าแคโรทีนสูง
- ข้าวโพดขาวหรือข้าวโพดข้าวเหนียวเด่นเรื่องความเหนียวนุ่มและมีน้ำตาลน้อยกว่า
- ข้าวโพดเหลืองมีน้ำตาลประมาณ 6 กรัม ขณะที่ข้าวโพดขาวมีประมาณ 2-3 กรัมต่อ 100 กรัม
เมื่อเดินเลือกซื้อสินค้าตามตลาด หลายคนมักลังเลระหว่างข้าวโพดฝักสีเหลืองสดใสกับข้าวโพดสีขาวขุ่น โดยเฉพาะสายสุขภาพที่ต้องคอยควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกาย การทำความเข้าใจคุณ ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับข้าวโพดเหลืองที่คนไทยคุ้นเคยกันดีในชื่อข้าวโพดหวาน โดดเด่นด้วยรสชาติหวานนำและเนื้อสัมผัสที่กรอบ ฉ่ำน้ำ เมนูยอดนิยมมักเน้นความสดชื่น เช่น การใส่ในสลัดผัก ยำต่างๆ ส้มตำ หรือซุปข้าวโพด รวมถึงการนำไปต้มและย่างกินร้อนๆ
ในขณะที่ข้าวโพดขาว หรือที่รู้จักกันในนามข้าวโพดข้าวเหนียว จะให้รสชาติที่มันและมีความเหนียวมากกว่า โดยมีความหวานน้อยกว่าข้าวโพดเหลือง แต่ทดแทนด้วยเนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวมัน นิยมนำไปต้มหรือนึ่งเป็นของว่าง รวมถึงใช้ทำขนมไทยอย่างข้าวโพดเปียก หรือฝานใส่ในขนมครก
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ฐานข้อมูลสารอาหารจาก United States Department of Agriculture (USDA) และสำนักโภชนาการ กรมอนามัย ได้เปรียบเทียบสารอาหารต่อปริมาณ 100 กรัม ดังนี้
- พลังงาน: ข้าวโพดเหลืองประมาณ 86 กิโลแคลอรี ส่วนข้าวโพดขาวประมาณ 95-100 กิโลแคลอรี
- คาร์โบไฮเดรตรวม: ข้าวโพดเหลือง 19 กรัม และข้าวโพดขาว 21-22 กรัม
- น้ำตาล: ข้าวโพดเหลือง 6 กรัม ส่วนข้าวโพดขาว 2-3 กรัม
- เส้นใยอาหาร: ข้าวโพดเหลือง 2.7 กรัม และข้าวโพดขาว 3.0 กรัม
- จุดเด่น: ข้าวโพดเหลืองอุดมด้วยเบต้าแคโรทีนและลูทีนบำรุงสายตา ส่วนข้าวโพดขาวเด่นเรื่องแป้งอะมิโลเพกทินทำให้อิ่มท้องนานและมีวิตามินบีสูง
แป้งอะมิโลเพกทิน (Amylopectin) ที่พบมากในข้าวโพดขาว เป็นโมเลกุลคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มีโครงสร้างกิ่งก้านสาขา ทำให้ร่างกายใช้เวลาในการย่อยสลายและดูดซึมช้าลง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และช่วยให้อิ่มท้องได้ยาวนานกว่า ต่างจากน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวในข้าวโพดเหลืองที่ให้ความหวานสดชื่นทันทีแต่ถูกดูดซึมเร็วกว่าเช่นกัน
เทคนิคการเลือกซื้อข้าวโพดให้ได้ฝักสดใหม่ มีข้อสังเกตสำคัญดังนี้:
- เปลือกต้องมีสีเขียวสด ไม่แห้งเหี่ยวหรือมีรอยช้ำ (หากเริ่มเหลืองแสดงว่าเก็บนานแล้ว)
- ไหมที่ปลายฝักมีสีน้ำตาลเข้มหรือดำ ชุ่มชื้นเล็กน้อย ไม่แห้งกรอบ
- บีบเบาๆ แล้วแน่น น้ำหนักตึงมือ เมล็ดเรียงตัวเต็มฝัก
- เมื่อปอกเปลือก เมล็ดต้องเต่งตึง ไม่เหี่ยวหรือมีรอยบุบ และไม่มีกลิ่นเปรี้ยว
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น