โดนัลด์ ทรัมป์ หนุน จานนี่ อินฟานติโน่ ชี้ปลดประธาน FIFA เป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง
โดนัลด์ ทรัมป์ ออกโรงป้อง จานนี่ อินฟานติโน่ ประธาน FIFA ท่ามกลางกระแสกดดันท่ามกลางวิกฤตแผนลงทุน FFE พร้อมชูผลงานจัดฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาปกป้อง จานนี่ อินฟานติโน่ ว่าการปลดเขาถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่
- วิกฤตดังกล่าวเกิดขึ้นจากแผนโครงการ FFE ที่จะขายสิทธิ์การตลาดและตั๋ว 21% ให้กลุ่มทุนเอกชน
- ยูฟ่า คอนคาแคฟ และเอเอฟซี ร่อนจดหมายร่วมโจมตีว่าอินฟานติโน่ทำลายความไว้วางใจด้วยการหลอกลวง
- กลุ่มทุน Thrive Eternal ที่เกี่ยวข้องกับแผนนี้บริหารโดยน้องชายของพี่เขยทรัมป์
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุน จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ FIFA ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน โดยระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่าการขับอินพานติโน่ออกจากตำแหน่งถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงมาก การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาปกป้องประธาน FIFA นับตั้งแต่ข้อเสนอแผนโครงการ FFE หรือโครงการบริหารจัดการสิทธิ์เชิงพาณิชย์และบัตรเข้าชมการแข่งขันถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา
แผนงาน FFE ดังกล่าวมีเป้าหมายจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมารับหน้าที่บริหารสิทธิ์เชิงพาณิชย์และตั๋วเข้าชมการแข่งขันทั้งหมดของ FIFA รวมถึงฟุตบอลโลก โดยมีการเปิดขายหุ้นสัดส่วน 21% ให้กับบริษัทลงทุนภาคเอกชนรายหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะเป็นบริษัทร่วมลงทุนสัญชาติอเมริกันอย่าง Thrive Eternal ที่ก่อตั้งโดย โจชัว คุชเนอร์ น้องชายของ จาเรด คุชเนอร์ สามีของลูกสาวทรัมป์ ทั้งนี้ อินฟานติโน่และทรัมป์มีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างใกล้ชิดกัน โดยอินฟานติโน่เพิ่งมอบรางวัลสันติภาพ FIFA ปฐมฤกษ์ให้กับทรัมป์ไปเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางด้านทรัมป์ได้กล่าวถึงอินฟานติโน่ในแง่บวกอย่างยิ่ง โดยระบุว่าประธาน FIFA รายนี้ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมและเพิ่งผ่านพ้นการจัดมหกรรมฟุตบอลโลกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์มาหมาดๆ ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมามีสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม และทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ไปครองหลังจากเอาชนะอาร์เจนตินาในนัดชิงชนะเลิศ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยอมรับเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมว่าเขายังไม่ได้พูดคุยกับอินฟานติโน่โดยตรงเกี่ยวกับแผนงาน FFE ดังกล่าว
วิกฤตการณ์ที่อินฟานติโน่กำลังเผชิญอยู่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดระดับโครงสร้างระหว่างองค์กรฟุตบอลระดับโลกกับบรรดาชาติสมาชิกและสมาพันธ์ระดับทวีป โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการแสวงหารายได้เชิงพาณิชย์และการบริหารสิทธิ์ที่ถูกมองว่าเป็นการลดทอนอำนาจส่วนรวมขององค์กรกีฬา การที่ผู้นำระดับประเทศอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาให้ท้าย ยิ่งทำให้เห็นถึงมิติความสัมพันธ์ทางการเมืองและผลประโยชน์ทับซ้อนที่โยงใยกับกลุ่มทุนในซิลิคอนแวลลีย์หรือธุรกิจครอบครัว ซึ่งอาจไม่เพียงพอที่จะช่วยโน้มน้าวให้สหพันธ์ฟุตบอลยุโรปยอมถอยในเกมการเมืองกีฬานี้
แรงกดดันต่ออินฟานติโน่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่า ร่วมด้วยคอนคาแคฟ และเอเอฟซี ได้ส่งจดหมายร่วมระบุข้อความโจมตีอย่างรุนแรงว่า เมื่อความไว้วางใจถูกทำลายลงด้วยการหลอกลวง และเมื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งทำตัวอยู่เหนือส่วนรวม หน้าที่และความรับผิดชอบนั้นย่อมถูกละทิ้งไป ถึงแม้จดหมายฉบับดังกล่าวจะไม่ได้ระบุชื่อของอินฟานติโน่โดยตรง แต่แหล่งข่าววงในของสำนักข่าวระดับโลกยืนยันตรงกันว่านี่คือการเปิดช่องให้อินฟานติโน่ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรักษาเกียรติ
"Fifa would be making a terrible mistake if, for any reason, they even considered replacing president Gianni Infantino"
Donald Trump
ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สหฟุตบอลสหรัฐอเมริกาได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการคัดค้านอินฟานติโน่ พร้อมเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ขณะที่ยูฟ่ายังขู่ถึงขั้นคว่ำบาตรการแข่งขันทุกรายการของ FIFA และอาจดำเนินคดีทางกฎหมายเกี่ยวกับโปรเจกต์ FFE ที่ล่มสลายไป แม้ว่าเสียงสนับสนุนจากทรัมป์จะสร้างความอุ่นใจให้แก่อินฟานติโน่ในทางส่วนตัว แต่ในแง่ของการเมืองภายในวงการฟุตบอลแล้ว ยังต้องจับตาดูกันต่อไปว่าความช่วยเหลือนี้จะสามารถกอบกู้เก้าอี้ประธาน FIFA ของเขาไว้ได้จริงหรือไม่
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น