เปิดใจ เอ็นโซ มาเรสกา: รับมือความกดดันสืบทอดบัลลังก์เป๊ป และคอร์ส AI
เอ็นโซ มาเรสกา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยเบื้องหลังการเข้ารับตำแหน่งต่อจากเป๊ป กวาร์ดิโอลา พร้อมเล่าเรื่องการไปเรียนคอร์สปัญญาประดิษฐ์ในช่วงพักเบรก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- มาเรสกาเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อจากเป๊ป กวาร์ดิโอลาที่อำลาทีมไป
- กุนซือคนใหม่ใช้เวลาช่วงว่างไปเรียนมาสเตอร์คลาส AI สองคอร์สเพื่อทำความเข้าใจเทคโนโลยี
- ระบุว่าพรีเมียร์ลีกปัจจุบันเปลี่ยนไปจากสามปีก่อนโดยเน้นลูกเซตพีซและการประกบตัวแบบตัวต่อตัว
- เตรียมตัดสินใจเลือกกัปตันทีมคนใหม่ด้วยตนเองหลังการอำลาทีมของแบร์นาร์โด ซิลวา
การก้าวเข้ามารับตำแหน่งต่อจากยอดผู้จัดการทีมอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอลา ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ หลังจากที่กวาร์ดิโอลาพาทีมคว้าแชมป์เมเจอร์ไปถึง 17 รายการ ซึ่งรวมถึงแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 ครั้งและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก โดยในระหว่างช่วงปรีซีซั่นใกล้สิ้นสุด เอ็นโซ มาเรสกา ได้นั่งพูดคุยกับสื่อมวลชนจากสหราชอาณาจักรทั้ง 5สำนักที่เดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ เพื่อเปิดใจถึงความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า
มาเรสกาได้กล่าวชื่นชมกวาร์ดิโอลาไว้อย่างน่าสนใจว่า เขามองเป๊ปเป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลกตลอดช่วง 15 ถึง 20 ปีที่ผ่านมา โดยระบุว่าเมื่อเป๊ปเริ่มคุมทีมในสเปน ทุกคนก็อยากเล่นสไตล์บาร์เซโลนา พอย้ายไปเยอรมนี ทุกคนก็อยากเล่นแบบบาเยิร์น มิวนิก และพอมาอังกฤษ ทุกคนก็อยากเล่นแบบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อดีตนายใหญ่เชลซีรายนี้ยังเผยด้วยว่าเขาได้เข้าพบกวาร์ดิโอลาที่บาร์เซโลนาก่อนหน้าวันที่จะเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการหนึ่งวัน เพื่อพูดคุยเก็บเกี่ยวข้อมูลจากคนที่อยู่สถาบันนี้มานานนับทศวรรษ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เพื่อเป็นการเริ่มต้นใหม่สำหรับนักเตะ มาเรสกาได้เลือกย้ายไปทำงานในห้องทำงานเดิมของเป๊ป ลินเดอร์ส อดีตผู้ช่วยโค้ชที่ศูนย์ฝึกซ้อมของซิตี้ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับห้องทำงานเดิมของกวาร์ดิโอลาที่ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องประชุม โดยหลังจากที่เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมซิตี้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน มาเรสกาเคยออกมากล่าวขอโทษสโมสรเชลซีต่อเหตุการณ์ความวุ่นวายจากการย้ายทีมกลางคัน และเมื่อถูกถามว่าเขาทำอะไรบ้างในช่วงหกเดือนระหว่างนั้น
การที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกหันมาสนใจเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการแสวงหาความได้เปรียบเล็กๆ น้อยๆ หรือที่เรียกว่า 'marginal gains' ซึ่งมีความสำคัญมากในฟุตบอลสมัยใหม่ การศึกษาเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลหรือระบบอัตโนมัติอาจช่วยให้ทีมงานโค้ชสามารถประมวลผลแท็กติกและสมรรถภาพนักกีฬาได้แม่นยำยิ่งขึ้น แม้ว่าในท้ายที่สุดแล้วผลงานในสนามจะยังคงขึ้นอยู่กับขุมกำลังและแท็กติกของนักเตะก็ตาม
มาเรสกาตอบว่าเขาพยายามใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น ซึ่งได้แก่ภรรยาและลูกๆ ทั้งสี่คน พร้อมกับระบุว่าเรื่อง AI กำลังเป็นที่พูดถึงกันทั่วทุกมุมโลก ทำให้เขาสนใจอยากรู้ว่ามันทำงานอย่างไร และได้ตัดสินใจลงเรียนคอร์สมาสเตอร์คลาสถึงสองคอร์สเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว
"ผมพยายามใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้นเล็กน้อย และทุกคนก็กำลังพูดถึงเรื่อง AI ดังนั้นผมจึงอยากเข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร และผมก็ได้ทำมาสเตอร์คลาสสองคอร์สเพื่อให้เข้าใจมันมากขึ้นและมีความรู้เพิ่มขึ้น"
เอ็นโซ มาเรสกา
นอกจากเรื่องการปรับตัวแล้ว มาเรสกายังพูดถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่สามปีก่อนเมื่อครั้งที่เขาเคยเป็นผู้ช่วยของกวาร์ดิโอลา โดยชี้ว่าสิ่งนั้นคือความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของลูกตั้งเตะ (set-pieces) และการที่คู่แข่งหันมาเน้นการป้องกันแบบตัวต่อตัว โดยยกตัวอย่างทีมอาร์เซนอลที่ทำประตูจากลูกเซตพีซได้ถึง 25 ประตูในฤดูกาลก่อน ซึ่งเป็นจุดที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้กำลังพยายามพัฒนาให้ดีขึ้นเช่นกัน
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น