ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Novo Nordisk ผจับมือ AWS นำ Agentic AI ลุยพัฒนายา

โนโว นอร์ดิสค์ ขยายความร่วมมือกับ AWS แต่งตั้งเป็นพาร์ทเนอร์คลาวด์และ AI เชิงกลยุทธ์ พร้อมตั้งศูนย์นวัตกรรมในลอนดอนเพื่อเร่งกระบวนการคิดค้นยาด้วยปัญญาประดิษฐ์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
11 Aug 2026ที่มา: AI News3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Novo Nordisk ผจับมือ AWS นำ Agentic AI ลุยพัฒนายา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • AWS ขึ้นแท่นพาร์ทเนอร์คลาวด์และ AI เชิงกลยุทธ์หลักของ Novo Nordisk
  • เปิดตัวศูนย์นวัตกรรมร่วมในลอนดอนผสานทีมนักวิจัยและวิศวกร AWS
  • นำ Amazon Bio Discovery และ AI Agents มาใช้ในการออกแบบตัวยาและระบุเป้าหมาย
  • เอกสารการทดลองทางคลินิกใช้เวลาลดลงเหลือเพียงไม่กี่นาทีด้วยเทคโนโลยี Generative AI

โนโว นอร์ดิสค์ (Novo Nordisk) ประกาศขยายการใช้งานเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ของแอมะซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) สู่กระบวนการค้นหาและพัฒนายาเชิงลึก ครอบคลุมตั้งแต่การระบุเป้าหมายโรค การออกแบบวิธีรักษา ไปจนถึงการยกระดับขั้นตอนการทำวิจัย โดยภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว AWS จะเข้ามาเป็นผู้ให้บริการคลาวด์หลักและพาร์ทเนอร์ AI เชิงกลยุทธ์ให้กับบริษัทยายักษ์ใหญ่รายนี้ พร้อมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมร่วมกัน (co-innovation hub) ณ สำนักงานในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

ศูนย์วิจัยแห่งใหม่ในลอนดอนนี้ จะเป็นสถานที่ทำงานร่วมกันโดยตรงระหว่างทีมนักวิจัย เจ้าหน้าที่ R&D ของโนโว นอร์ดิสค์ กับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และทีมนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจาก AWS โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดช่องว่างและขั้นตอนการส่งต่องานระหว่างการวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์และการทดลองในห้องปฏิบัติการให้สั้นลง เมื่อตัวยา candidate เคลื่อนผ่านขั้นตอนการพัฒนาช่วงต้น

ทิลเด ฮัมเมล บอเกเบียร์ก (Thilde Hummel Bøgebjerg) รองประธานบริหารฝ่าย Enterprise IT & Quality ของโนโว นอร์ดิสค์ ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานศักยภาพด้าน AI เข้ากับความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์เชิงลึกของบริษัท เพื่อมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ผู้ป่วยอย่างแท้จริง ด้าน แดน ชีแมน (Dan Sheeran) รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Healthcare and Life Sciences ของ AWS เสริมว่า ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการใช้ Agentic AI เพื่อขจัดคอขวดในกระบวนการค้นคว้ายา

United Kingdom London tech office collaboration meeting

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การนำ Agentic AI หรือระบบเอเจนต์อัจฉริยะมาใช้ในการค้นคว้ายานั้น ถือเป็นก้าวสำคัญที่ก้าวข้ามจากการใช้ AI แบบถาม-ตอบทั่วไป สู่ความสามารถในการวางแผนและดำเนินงานหลายขั้นตอนต่อกันได้เอง (multi-step workflows) ซึ่งช่วยเชื่อมโยงข้อมูลชีวสารสนเทศขนาดใหญ่เข้ากับการทดลองทางห้องปฏิบัติการได้อย่างไรรอยต่อ ลดเวลาและความซ้ำซ้อนในกระบวนการวิจัยทางเภสัชกรรมที่ปกติใช้เวลาหลายปี

90%+ลดเวลาจัดทำเอกสารคลินิก
25,000+พนักงานใช้งานแชทบอทบน Bedrock

ก่อนหน้าข้อตกลงนี้ โนโว นอร์ดิสค์ เคยนำเทคโนโลยีของ AWS ไปใช้ภายในองค์กรมาแล้ว โดยมีพนักงานมากกว่า 25,000 คนใช้งานแพลตฟอร์ม Generative AI บน Amazon Bedrock สร้างแชทบอทรองรับกว่า 2,500 Use Cases นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังช่วยลดระยะเวลาในการจัดทำเอกสารการศึกษาทางคลินิกบางประเภทลงได้มากกว่าร้อยละ 90 จากเดิมที่เคยต้องใช้ทีมงาน 40 ถึง 50 คนใช้เวลาถึง 15 สัปดาห์ ให้เหลือเพียงไม่กี่นาทีสำหรับทีมงาน 3 คน ภายใต้การตรวจสอบความถูกต้องโดยบุคลากรทางการแพทย์

ภายใต้ความร่วมมือรอบใหม่นี้ เทคโนโลยีที่จะถูกนำมาใช้งานเพิ่มเติม ได้แก่ Amazon Bio Discovery ซึ่งออกแบบมาเพื่อสนับสนุนงานชีววิทยาเชิงคำนวณผ่านโมเดล AI กว่า 40 โมเดล รวมถึงการใช้ AI Agents ในการประสานการทำงานหลายขั้นตอน นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมใช้ Amazon Bedrock AgentCore เพื่อดำเนินงานข้ามชุดข้อมูลองค์กร และใช้งานซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Gefion ในเดนมาร์กควบคู่กันไปสำหรับการพัฒนาโมเดล AI ที่มีความซับซ้อนสูง

ที่มา: AI News

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้