ครม. ไฟเขียวปี 2569 เป็นปีอาสาสมัครไทย หนุนประชาชนร่วมพัฒนาสังคม
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบประกาศให้ปี 2569 เป็นปีอาสาสมัครไทย สอดรับกับองค์การสหประชาชาติ พร้อมพัฒนาระบบสนับสนุนคนทำงานอาสาสมัครทั้ง 3 ด้าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ครม. มีมติเห็นชอบให้ปี 2569 เป็น "ปีอาสาสมัครไทย" อย่างเป็นทางการ
- สอดรับกับองค์การสหประชาชาติที่กำหนดให้ปี 2569 เป็นปีอาสาสมัครสากลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
- รัฐบาลเตรียมพัฒนาระบบสนับสนุนคนทำงานอาสาครอบคลุมทั้ง 3 ด้านหลัก
- มุ่งเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและองค์กรทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมมากขึ้น
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ประกาศให้ปี 2569 เป็น "ปีอาสาสมัครไทย" เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานรัฐ องค์กรต่างๆ และประชาชนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทย การดำเนินงานครั้งนี้มีความสอดคล้องกับประกาศขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่กำหนดให้ปี พ.ศ. 2569 หรือ ค.ศ. 2026 เป็น “ปีอาสาสมัครสากลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” (International Year of Volunteers for Sustainable Development 2026: IVY 2026) ซึ่งประเทศไทยได้สะสมประสบการณ์และความร่วมมือด้านงานอาสาสมัครมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องกับประชาคมโลก
สาระสำคัญของการผลักดันปีอาสาสมัครไทยคือการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาประเทศ ผ่านการร่วมกิจกรรมอาสาสมัครกับองค์กรต่างๆ การร่วมเฉลิมฉลองในวันอาสาสมัครไทยและวันอาสาสมัครสากล รวมถึงการเลือกทำกิจกรรมอาสาสมัครให้สอดคล้องกับความถนัดและบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่ โดยทางรัฐบาลมุ่งมั่นที่จะยกระดับ "ระบบสนับสนุนคนทำงานอาสา" ให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
- ยกระดับงานอาสาสมัครด้านนโยบายและกฎหมาย: สนับสนุนการปฏิบัติงาน คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความร่วมมือด้านอาสาสมัครกับต่างประเทศ
- พัฒนาระบบบริหารจัดการ: สร้างกลไกที่ชัดเจน จัดตั้งสถาบันจัดการและอบรมอาสาสมัคร ศูนย์ประสานงานระดับจังหวัดและท้องถิ่น รวมถึงพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง
- สร้างความรู้และขวัญกำลังใจ: เผยแพร่ความรู้ถึงบทบาทของอาสาสมัคร จัดกิจกรรมในโอกาสสำคัญ พร้อมทั้งยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ปฏิบัติงาน
"การประกาศปีอาสาสมัครไทยจะช่วยให้พลังของประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับการพัฒนาประเทศได้มากขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลจะพัฒนาระบบสนับสนุนให้คนที่ต้องการทำงานอาสาสมัครสามารถเข้าถึงข้อมูล การประสานงาน และกลไกสนับสนุนต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การทำงานอาสาสมัครเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน"
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การกำหนดให้ปี 2569 เป็นปีอาสาสมัครไทยนับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ โดยการสร้างระบบฐานข้อมูลกลางและการจัดตั้งสถาบันจัดการอบรมจะช่วยแก้ปัญหาการทำงานอาสาสมัครแบบต่างคนต่างทำในอดีต ทำให้ทรัพยากรและความช่วยเหลือถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ต้องการได้อย่างแม่นยำและยั่งยืนตามเป้าหมายของ UN
สำหรับการขับเคลื่อนวาระดังกล่าว ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการส่งเสริมอาสาสมัคร ซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ (ก.ส.ค.) เป็นแกนกลางในการดำเนินงาน โดยมีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักของประเทศไทย พร้อมเปิดกว้างให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนเข้ามาร่วมมือกันจัดกิจกรรมตามความเหมาะสมต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น