เซเลนสกีเผยรัสเซียใช้อาวุธเกาหลีเหนือถล่มยูเครน ขณะที่เคียฟเดินหน้าโจมตีลึกในแผ่นดินรัสเซีย
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ระบุรัสเซียใช้ขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือโจมตีเมืองซาปอริฌฌียา ขณะที่ยูเครนส่งโดรนถล่มคลังสินค้าและโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซีย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เซเลนสกีกล่าวหารัสเซียใช้ขีปนาวุธเกาหลีเหนือโจมซาปอริฌฌียาดับ 6 เจ็บ 19
- ยูเครนส่งโดรนโจมตีคลังสินค้า Wildberries ในเมืองวอโรเนจและโรงกลั่นน้ำมันในตาตาร์สถาน
- ยูเครนระบุการใช้อาวุธร่วมกันทำให้เกาหลีเหนือสามารถแก้ไขจุดอ่อนและเป็นอันตรายต่อโลก
สถานการณ์การสู้รบระหว่างยูเครนและรัสเซียทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในชั่วข้ามคืนที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ออกมากล่าวหาว่ามอสโกได้ใช้ขีปนาวุธนำวิถีและขีปนาวุธยิงจากพื้นสู่พื้นจากประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัสเซีย ในการโจมตีเมืองซาปอริฌฌียา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 19 ราย
ทางด้าน อิบัน เฟโดรอฟ ผู้ว่าการภูมิภาคซาปอริฌฌียา ได้เผยแพร่ภาพความเสียหายของยานพาหนะและอาคารที่ถูกไฟไหม้ พร้อมระบุว่าสิ่งอำนวยความสะดวกทางอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และอาคารที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยต่างได้รับความเสียหายจากการโจมตีดังกล่าว ในขณะเดียวกัน ที่กรุงเคียฟ สัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นสองครั้ง และมีรายงานเสียงระเบิดบริเวณชานเมืองส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ รวมถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้รับความเสียหายแต่เจ้าหน้าที่และผู้ป่วยหลบภัยทัน นอกจากนี้ การโจมตีสถานีไฟฟ้าย่อยในเคอร์ซอนและคาร์คีฟยังส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ฝ่ายยูเครนก็ได้ปฏิบัติการตอบโต้ด้วยการส่งโดรนโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย โดยมุ่งเป้าไปที่คลังสินค้าของบริษัท Wildberries ซึ่งเปรียบเสมือนแอมะซอนแห่งรัสเซีย ตั้งอยู่ในเมืองวอโรเนจ ทางตอนใต้ของรัสเซีย ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และระเบิดขึ้น แม้ทางบริษัทจะยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแต่ได้อพยพพื้นที่ดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ยูเครนยังได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมัน Tanevo ในสาธารณรัฐตาตาร์สถาน ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนยูเครนมากกว่า 1,100 กิโลเมตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย รวมถึงเด็ก 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บถึง 75 ราย โดยสถานกงสุลอุซเบกิสถานรายงานว่าผู้เสียชีวิต 7 รายเป็นพลเมืองอุซเบกิสถาน
"ยิ่งมีการโจมตีด้วยอาวุธเกาหลีเหนือที่นี่ในยูเครนและในยุโรป มีการใช้ขีปนาวุธและทหารของพวกเขามากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งแก้ไขข้อบกพร่องและจุดบอดของตนเองได้มากขึ้นเท่านั้น"
โวโลดีมีร์ เซเลนสกี
การที่ยูเครนปรับยุทธวิธีเน้นการโจมตีเป้าหมายระยะไกล เช่น คลังโลจิสติกส์และโรงกลั่นน้ำมันลึกเข้าไปในแผ่นดินรัสเซีย สะท้อนถึงความพยายามในการตัดทอนกำลังบำรุงและห่วงโซ่อุปทานที่กองทัพรัสเซียใช้สนับสนุนแนวหน้า ขณะเดียวกัน ความร่วมมือทางทหารที่แนบแน่นขึ้นระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือ ไม่ว่าจะเป็นการส่งขีปนาวุธหรือกำลังพล ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สมรภูมิรบนี้ขยายขอบเขตและซับซ้อนขึ้นอย่างนัยสำคัญ ซึ่งสร้างความกังวลด้านความมั่นคงในระดับนานาชาติ
เซเลนสกีเน้นย้ำว่าการที่กองทัพรัสเซียใช้อาวุธและกำลังพลจากเปียงยางไม่เพียงแต่คุกคามยูเครน แต่ยังเปิดโอกาสให้เกาหลีเหนือได้ทดสอบและปรับปรุงประสิทธิภาพอาวุธของตนในสถานการณ์จริง พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่ายูเครนจะเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีระยะไกลเพื่อกดดันให้มอสโกเห็นความจำเป็นในการสร้างสันติภาพต่อไป
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น