กกต. แจงปมเงิน 8.6 แสน โยงคดีเลือกตั้ง สส. ยันไม่เกี่ยวฮั้ว สว.
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่รับเงิน 8.6 แสนบาท ระหว่าง เม.ย.-ก.ค. 67 ย้ำเป็นคดีสืบสวนเลือกตั้ง สส. ในจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมดำเนินการเด็ดขาด 4 มาตรการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กกต. ชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่รับเงิน 860,000 บาท ผ่านการโอน 13 ครั้ง ระหว่าง เม.ย.-ก.ค. 67
- ยืนยันเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีสืบสวนเลือกตั้ง สส. ใน จ.อำนาจเจริญ ไม่เกี่ยวฮั้ว สว.
- ดำเนินมาตรการเด็ดขาด สั่งให้ออกจากงานไว้ก่อน สอบวินัยร้ายแรง และแจ้งความดำเนินคดีอาญา
- ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบเส้นเงินอีก 4 จังหวัด
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเปิดเผยข้อมูลเส้นทางการเงินในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ โดยพบว่ามีการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังบัญชีของพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการของสำนักงาน กกต. จำนวนถึง 13 ครั้ง รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 860,000 บาท ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม 2567
จากการตรวจสอบพฤติการณ์ในขณะนั้น พบว่าพนักงานสืบสวนและไต่สวนรายดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต. และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน เพื่อสะสางสำนวนคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. ระหว่างวันที่ 7 เมษายน ถึง 22 กรกฎาคม 2567 ทาง กกต. จึงเน้นย้ำว่าภารกิจและเส้นทางการเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. เท่านั้น และไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ตามที่มีกระแสข่าวปรากฏออกไปก่อนหน้านี้
เพื่อให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นและจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใส ทางสำนักงาน กกต. จึงได้กำหนดมาตรการดำเนินการเร่งด่วน 4 ข้อหลักประกอบด้วย:
- มีคำสั่งให้พนักงานสืบสวนและไต่สวนคนดังกล่าวออกจากงานไว้ก่อน
- แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งกระบวนการสอบสวนได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการบริหาร กกต.
- ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับอดีตพนักงานรายนี้รวมถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องอีก 2 ราย
- จัดทำรายงานส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตามมาตรา 136 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2560 พร้อมมีคำสั่งลงโทษปลดออกและให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานไปก่อนหน้านี้แล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เหตุการณ์การตรวจสอบเส้นทางการเงินในองค์กรอิสระถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างความโปร่งใสให้กับกระบวนการเลือกตั้งของประเทศไทย การที่ กกต. ออกมาแจงแยกระหว่างคดีเลือกตั้ง สส. ที่ จ.อำนาจเจริญ กับประเด็นการเลือก สว. ช่วยป้องกันความสับสนของประชาชน พร้อมทั้งการใช้มาตรการทางวินัยและอาญาควบคู่กันแสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบภายในที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งต้องติดตามการขยายผลตรวจสอบเส้นเงินในอีก 4 จังหวัดที่เหลือต่อไป
นอกจากนี้ สำหรับหลักฐานเส้นทางการเงินในพื้นที่อีก 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครพนม จังหวัดลำพูน จังหวัดสงขลา และจังหวัดอำนาจเจริญ ทาง กกต. ระบุว่าเอกสารหลักฐานทั้งหมดได้ถูกบรรจุรวมอยู่ในสำนวนการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว โดยทางสำนักงานยังคงยืนยันจุดยืนในการให้ความสำคัญสูงสุดต่อความโปร่งใส ความสุจริต และความถูกต้องในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน พร้อมเปิดกว้างให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดให้กระจ่างชัด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น