กุนซือใหม่นิวคาสเซิลเผยหวั่นใจกับสไตล์คุมทีมข้างสนาม หวังกรรมการเมตตา
มาทิอัส ไยส์เซิล ผู้จัดการทีมคนใหม่ของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ยอมรับว่าเขามีบุคลิกข้างสนามที่เร่าร้อนจนน่ากลัว และต้องปรับตัวเรื่องการควบคุมอารมณ์ในพรีเมียร์ลีก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- มาทิอัส ไยส์เซิล กุนซือป้ายแดงนิวคาสเซิล ยอมรับกังวลกับท่าทีอารมณ์ร่วมสูงข้างสนาม
- เปรียบตนเองเหมือน ดร.เจคิลล์ และ มิสเตอร์ไฮด์ ระหว่างตอนอยู่นอกสนามและในเกม
- เตรียมประเดิมคุมทีมนัดแรกพบกับลิเวอร์พูลในวันที่ 23 สิงหาคมนี้
- ต้องรับมือกับความท้าทายครั้งใหญ่หลังการเสียผู้เล่นคนสำคัญไปในช่วงซัมเมอร์
มาทิอัส ไยส์เซิล ผู้จัดการทีมคนใหม่ของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ปรากฏตัวในชุดสูทสีดำและเสื้อเชิ้ตสีเทา ดูสงบเสงี่ยมเรียบร้อยตลอดการแถลงข่าวครั้งแรกหลังเข้ามารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทว่าภาพตัดกับสิ่งที่คู่แข่งในพรีเมียร์ลีกต้องเจอเมื่อเขาไปยืนสั่งการอยู่ข้างสนามแข่งขันจริง
ผู้คนที่คุ้นเคยกับ ไยส์เซิล เป็นอย่างดีถึงกับนำบุคลิกของเขาไปเปรียบเทียบกับตัวละครสองบุคลิกอย่าง ดร.เจคิลล์ และ มิสเตอร์ไฮด์ เนื่องจากมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างเวลาปกติกับเวลาคุมทีมข้างสนาม
"On the touchline, I am emotional, but I need to respect the box a bit more. I'm a bit scared. I hope in the beginning the referees can maybe close their eyes here and there a little. I need to learn that."
Matthias Jaissle
กุนซือวัย 38 ปี ยอมรับตรงไปตรงมาว่าเขาเป็นคนที่มีอารมณ์ร่วมสูงมาก และยังติดพันกับการเดินคุมทีมระยะทางไกลเหมือนสมัยที่ทำงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย จนคิดว่าหากใส่อุปกรณ์จีพีเอสคงจะได้ระยะทางที่สูงมากๆ และหวังว่าผู้ตัดสินในพรีเมียร์ลีกจะเมตตาหลับตาข้างหนึ่งให้บ้างในช่วงแรกที่เขายังต้องปรับตัว
การเปลี่ยนผ่านยุคสมัยของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดภายใต้การนำของ มาทิอัส ไยส์เซิล ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญ หลังจากที่ เอ็ดดี้ ฮาว อดีตกุนซือฝีมือดีเพิ่งอำลาทีมไปเมื่อเดือนก่อน ฮาวเคยสร้างผลงานชิ้นโบแดงด้วยการคว้าแชมป์อีเอฟแอล คัพ ในปี 2025 และพาทีมไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สองสมัย การเข้ามาของไยส์เซิลจึงต้องเร่งฟื้นคืนความน่าเกรงขามให้กับสนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ที่ฟอร์มในบ้านเริ่มตกลงไปจนจบอันดับ 12 ในฤดูกาลก่อนหน้านี้ให้ได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความปรารถนาอันแรงกล้าในการเอาชนะเป็นสิ่งที่อยู่ในตัวของไยส์เซิลมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ ซึ่งอดีตเพื่อนร่วมทีมฮอฟฟ์ไฮม์อย่าง ชินดู โอบาซี เคยระบุไว้ว่าสิ่งนี้ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แม้ว่าเส้นทางค้าแข้งของเขาจะต้องจบลงด้วยอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าอย่างรุนแรงตั้งแต่อายุเพียง 25 ปีก็ตาม
สำหรับภารกิจเร่งด่วนของไยส์เซิลและทีมงานคือการปลุกเร้าสไตล์การเล่นที่ดุดัน รวดเร็ว และพุ่งเข้าใส่ เพื่อเรียกศรัทธาและความเชื่อมโยงระหว่างแฟนบอลกับสโมสรกลับคืนมา โดยมีโปรแกรมประเดิมสนามนัดแรกพบกับลิเวอร์พูลในถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค วันที่ 23 สิงหาคมนี้
อย่างไรก็ตาม งานนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่เพราะตัวเขาเองรวมถึงแข้งดาวรุ่งที่ดึงเข้ามาใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ต่างก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมาก่อน ประกอบกับการเสียผู้เล่นกำลังหลักอย่าง แอนโธนี กอร์ดอน, ซานโดร โตนาลี และ บรูโน กิมาไรส์ ไปในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งไยส์เซิลระบุว่ามันได้ทิ้ง "สุญญากาศ" เอาไว้ และต้องใช้เวลาในการสร้างเป้าหมายร่วมกับบอร์ดบริหารต่อไป
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น