IHG เมินกระแสลดค่าธรรมเนียม เดินหน้าชูแพ็กเกจบริการมัดรวมมัดใจเจ้าของโรงแรม
สวนทางคู่แข่งในตลาดโรงแรมรายใหญ่ที่หั่นค่าธรรมเนียมช่วยเหลือเจ้าของแฟรนไชส์ IHG เลือกใช้กลยุทธ์ปรับปรุงชุดบริการเบ็ดเสร็จเพื่อลดต้นทุนแทน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- IHG ไม่ทำตามคู่แข่งรายอื่นในการหั่นค่าธรรมเนียมและให้เงินอุดหนุนแก่เจ้าของโรงแรม
- เลือกปรับโฉมแพ็กเกจบริการแบบมัดรวมครอบคลุมการตลาดดิจิทัล การออกแบบเว็บไซต์ และการจองกลุ่ม
- โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างทดลองในโรงแรมกว่า 500 แห่ง และเตรียมขยายผลทั่วอเมริกาในปีนี้
- ซีอีโอ Elie Maalouf ชี้จุดต่างด้วยพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ Essentials และ Suites ที่เติบโตแกร่งและหนุนด้วยผลกำไร RevPAR
ในช่วงฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่ผ่านมา บรรดาเครือโรงแรมยักษ์ใหญ่ต่างแข่งขันกันลดค่าธรรมเนียมและยื่นข้อเสนอพิเศษเพื่อแบ่งเบาภาระทางการเงินให้กับเจ้าของโรงแรม แต่เครือ IHG กลับเลือกเดินเกมสวนกระแสด้วยการออกแบบแพ็กเกจบริการสำหรับเจ้าของแฟรนไชส์ใหม่ทั้งหมด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการจ้างบริการภายนอก
แพ็กเกจบริการแบบมัดรวมดังกล่าวประกอบด้วยบริการที่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ต้องจ่ายเงินจ้างภายนอกเป็นปกติ ได้แก่ งานการตลาดภาคสนาม ระบบสนับสนุนด้านดิจิทัล การออกแบบเว็บไซต์ การฝึกอบรมเพิ่มเติม และระบบบริการจองสำหรับกลุ่มลูกค้า โดยมองว่านี่คือแนวทางคุ้มค่าแบบจ่ายน้อยได้มาก
ปัจจุบัน IHG ได้นำโครงการนี้ไปทดลองใช้กับโรงแรมมากกว่า 500 แห่งทั่วภูมิภาคอเมริกา และมีแผนที่จะบังคับใช้ทั่วทั้งระบบในภูมิภาคดังกล่าวภายในช่วงปลายปีนี้ ก่อนจะขยายไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกต่อไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นาย Elie Maalouf ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ IHG เปิดเผยในการประชุมประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สองเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า โครงการนี้ทำผลงานได้ดีเยี่ยมและช่วยโรงแรมประหยัดเงินได้จริง แม้จะยังไม่เปิดเผยตัวเลขสถิติทั้งหมดเนื่องจากเหตุผลด้านความลับทางการค้าและความได้เปรียบในการแข่งขัน
“มันทำผลงานได้ดีมาก ช่วยประหยัดเงินให้กับโรงแรม เราจะนำสถิติบางส่วนมาเปิดเผย แต่ก็มีความลับทางการค้าและความได้เปรียบทางการแข่งขันที่เราต้องการรักษาไว้ด้วย”
Elie Maalouf
กลยุทธ์ของ IHG สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มโรงแรมที่มีสัดส่วนแบรนด์ในระดับมิดสเกลและสเตย์ลอง (Essentials and Suites) ถึง 85% ในอเมริกา มีโครงสร้างต้นทุนและกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างจากโรงแรมหรูในเมืองใหญ่ จึงไม่ต้องพึ่งพามาตรการลดค่าธรรมเนียมแบบเดียวกัน นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์และระบบค้นหาแบบสนทนา (Conversational Search) ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ IHG ต้องเร่งยกระดับแพลตฟอร์มเนื้อหาให้รองรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในอนาคต
นอกจากแพ็กเกจบริการดังกล่าวแล้ว Maalouf ยังระบุถึงความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอ โดยระบุว่าพอร์ตโฟลิโอ 85% ในอเมริกาอยู่ในกลุ่มแบรนด์ Essentials และ Suites ซึ่งไม่อยู่ในทำเลเมืองที่มีต้นทุนสูงและมีความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมที่มั่นคง ประกอบกับการเติบโตของรายได้ต่อห้องพักพร้อมขาย (RevPAR) ในอเมริกาที่เพิ่มขึ้น 4.8% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 รวมถึงโปรแกรมสะสมคะแนน IHG One Rewards ที่มีสมาชิกสูงถึง 160 ล้านราย และสร้างยอดจองห้องพักในสหรัฐฯ ได้ถึง 73% พร้อมทั้งกำลังลงทุนในแพลตฟอร์มเนื้อหา AI เพื่อรองรับการจองผ่านเครื่องมือค้นหายุคใหม่
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น