ทูลเกล้าฯ ‘สรณ’ พ้น กสทช. ‘อนุทิน’ ยันทำตามขั้นตอน บอร์ดล่มรอบที่ 4
นายกฯ ยื่นถอดถอน 'นพ.สรณ' พ้นประธาน กสทช. ด้าน 'อนุทิน' ยันดำเนินตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะที่ 'หมอสรณ' ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุดสู้คดี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกรัฐมนตรีนำรายชื่อ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขึ้นทูลเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช.
- อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนและข้อกฎหมาย
- นพ.สรณ ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดภายในกรอบเวลา 30 วัน พร้อมสู้คดีต่อ
- ปกรณ์ นิลประพันธ์ ระบุตามมาตรา 19 มติและคำสั่งเก่าจะไม่ได้รับผลกระทบ
สถานการณ์ภายในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังจากความเคลื่อนไหวล่าสุดในการนำรายชื่อผู้บริหารระดับสูงขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อพ้นจากตำแหน่ง ท่ามกลางปัญหาการประชุมบอร์ดที่ล่มลงเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนถึงความขัดแย้งภายในองค์กรที่ยังคงหาข้อยุติไม่ได้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า ตนได้ลงนามเพื่อนำความกราบบังคมทูลฯ ขอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พ้นจากตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการ กสทช. เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนยึดถือตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในฝั่งของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ด กสทช. ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในการขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ โดยระบุว่า คำสั่งดังกล่าวยังไม่ได้หมายความว่าตนหลุดจากเก้าอี้หรือขาดอำนาจหน้าที่แต่อย่างใด เนื่องจากศาลมองว่ายังไม่มีการดำเนินการให้พ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่ถือเป็นผู้เสียหายในชั้นนี้
"ผมยังคงต้องปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจ จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการอุทธรณ์คำสั่งศาลภายในกรอบเวลา 30 วัน และจะต่อสู้ในประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป"
นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์
รายงานข่าวระบุว่า ในวันเดียวกันนี้ นพ.สรณ ได้เดินหน้ายื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุดแล้ว โดยขอให้มีคำสั่งกลับคำสั่งไม่รับคำฟ้อง พร้อมทั้งขอให้รับคำฟ้องฉบับลงวันที่ 3 สิงหาคม 2569 รวมถึงขอให้มีการทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองและบรรเทาทุกข์ชั่วคราวด้วยเช่นกัน
การพ้นจากตำแหน่งของหัวหน้าองค์กรอิสระอย่าง กสทช. มักมีกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อนและเกี่ยวโยงกับ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 โดยเฉพาะมาตรา 19 ที่ออกมารองรับเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสุญญากาศทางกฎหมายและการบริหารงานภาครัฐหยุดชะงัก ซึ่งช่วยคุ้มครองความสมบูรณ์ของมติหรือคำสั่งต่างๆ ที่เคยผ่านการพิจารณาไปแล้วไม่ให้ถูกตีตกเป็นโมฆะย้อนหลัง แม้ตัวผู้ดำรงตำแหน่งจะพ้นสภาพไปในภายหลังก็ตาม
ทางด้าน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อมติหรือคำสั่งต่างๆ ที่เคยประกาศใช้ในช่วงที่ นพ.สรณ ดำรงตำแหน่ง โดยยืนยันว่าเรื่องนี้มีกฎหมายควบคุมไว้อย่างชัดเจนตามมาตรา 19 ของกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งจะนำมาใช้กับทุกกรณีเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งถูกวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติ เพื่อรักษาความมั่นคงของคำสั่งทางปกครองไม่ให้สร้างความเสียหายแก่ประชาชนหรือบุคคลที่สาม และยืนยันว่างานที่ค้างอยู่จะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น