ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ต้นทุนผลิต iPhone 18 Pro พุ่ง 38% Apple จ่อเฉือนกำไรลดแรงกระแทกผู้ซื้อ

TrendForce เผยต้นทุนชิ้นส่วน iPhone 18 Pro รุ่น 256GB จ่อทะยาน 38 เปอร์เซ็นต์ โดยมี RAM เป็นตัวการสำคัญ ดันราคาประเมินแตะ 1,399 ดอลลาร์สหรัฐ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
12 Aug 2026ที่มา: Thairath Lifestyle3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ต้นทุนผลิต iPhone 18 Pro พุ่ง 38% Apple จ่อเฉือนกำไรลดแรงกระแทกผู้ซื้อ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • TrendForce เผยต้นทุนชิ้นส่วน iPhone 18 Pro รุ่น 256GB พุ่งสูงขึ้น 38 เปอร์เซ็นต์
  • ชิ้นส่วน RAM กลายเป็นส่วนที่มีต้นทุนแพงที่สุด แซงหน้าหน้าจอในรุ่นก่อนหน้า
  • คาดการณ์ราคาจำหน่ายอาจอยู่ที่ 1,399 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 55,900 บาท
  • Apple อาจเลือกยอมลดกำไรขั้นต้นเพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกสูงเกินไปจนผู้บริโภคชะลอการซื้อ

ตลาดสมาร์ทโฟนเตรียมรับมือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ TrendForce บริษัทวิจัยตลาดเทคโนโลยีชื่อดัง ออกมาเปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดระบุว่า ต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนสำหรับ iPhone 18 Pro รุ่นความจุ 256GB จะขยับสูงขึ้นถึง 38 เปอร์เซ็นต์ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง iPhone 17 Pro โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาต้นทุนพุ่งกระโดดในครั้งนี้มาจากชิ้นส่วนประเภท RAM เป็นสำคัญ

รายงานดังกล่าวยังได้จำแนกโครงสร้างต้นทุนการผลิตสมาร์ทโฟนออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ค่าชิ้นส่วน ค่าประกอบ และค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนสุดท้ายนี้ครอบคลุมการดำเนินงานหลายด้าน ตั้งแต่งบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ไปจนถึงงบสำหรับแคมเปญการตลาดต่างๆ

38%ต้นทุนชิ้นส่วน iPhone 18 Pro ที่เพิ่มขึ้น
40%สัดส่วนต้นทุนหน่วยความจำในปีหน้า

ในแง่ของสัดส่วนต้นทุนชิ้นส่วน เคยมีบันทึกว่าโครงสร้างราคาของหน่วยความจำเมื่อช่วงปีก่อนมีสัดส่วนเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นสำหรับ iPhone 18 Pro แต่ข้อมูลที่น่าสนใจคือตัวเลขดังกล่าวอาจพุ่งทะยานไปถึง 40 เปอร์เซ็นต์ในอนาคตอันใกล้นี้ ส่งผลให้ตำแหน่งชิ้นส่วนที่มีราคาสูงที่สุดเกิดการสลับขั้ว จากเดิมที่หน้าเคยครองแชมป์มีราคาสงที่สุดในปีก่อนหน้า ปัจจุบันหน่วยความจำได้เข้ามาแทนที่เรียบร้อยแล้ว

smartphone microchip hardware components

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

สำหรับประเด็นด้านราคาจำหน่ายที่ผู้บริโภคจับตามอง ก่อนหน้านี้เคยมีการประเมินตัวเลขคาดการณ์เอาไว้ว่า iPhone 18 Pro อาจเคาะราคาขายเริ่มต้นไว้ที่ราว 1,399 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 55,900 บาท ซึ่งถือเป็นการปรับราคาเพิ่มขึ้นจากราคาเริ่มต้นเดิมถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12,000 บาทเลยทีเดียว

การที่ราคาชิ้นส่วนหน่วยความจำหรือ RAM กลายมาเป็นต้นทุนหลัก สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่ต้องพึ่งพาฮาร์ดแวร์ประมวลผลขั้นสูงเพื่อรองรับฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์และงานประมวลผลหนักๆ กลยุทธ์ของ Apple ในการยอมเฉือนกำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของตัวเอง แทนที่จะผลักภาระทั้งหมดให้ผู้บริโภค จึงเป็นหมากเกมธุรกิจที่น่าสนใจเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดในภาวะที่ผู้บริโภคมักจะชะลอการซื้อสมาร์ทโฟนราคาแพง

อย่างไรก็ตาม ทาง TrendForce ประเมินว่า Apple น่าจะเลือกใช้วิธีการบริหารจัดการที่เคยใช้มาแล้วครั้งกรณีการปรับราคา MacBook นั่นคือการยอมสละกำไรขั้นต้นบางส่วนของบริษัท แทนการโยนภาระต้นทุนทั้งหมดให้แก่ผู้ซื้อโดยตรง เนื่องจากหากมีการปรับราคาขายที่สูงเกินไปจนเกินรับไหว อาจทำให้กลุ่มผู้บริโภคตัดสินใจชะลอการอัปเกรดโทรศัพท์มือถือออกไปอีก

ที่มา: Thairath Lifestyle

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้