รัฐบาลชูมรดกอาหารถิ่น 231 เมนู ปลุกท่องเที่ยวหลังไทยติดอันดับ 7 โลก
รัฐบาลเดินหน้าต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมอาหารไทย ดึงโครงการรสชาติที่หายไปชู 231 เมนูอาหารถิ่น หลังคว้าอันดับ 7 โลกจาก Brand Finance พร้อมเตรียมจัดคอร์สพิเศษเดือน ก.ย. นี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ไทยคว้าอันดับ 7 ของโลกด้านอาหารที่คนทั่วโลกรักจาก Global Soft Power Index 2026
- กระทรวงวัฒนธรรมรวบรวมอาหารถิ่นที่เสี่ยงเลือนหายกว่า 231 เมนูผ่านโครงการรสชาติที่หายไป
- กรมส่งเสริมวัฒนธรรมพัฒนาเกณฑ์ Thailand Best Local Food แบ่งการรับรองเป็น 2 สาขา
- เตรียมจัดกิจกรรม The Lost Taste Special Course ในเดือน ก.ย. นี้ กระตุ้นการท่องเที่ยว
วันที่ 12 สิงหาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวด้วยการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและเสน่ห์อาหารไทย หลังจากผลการจัดอันดับ Global Soft Power Index 2026 โดย Brand Finance ระบุว่าประเทศไทยอยู่อันดับ 7 ของโลกในหมวดคุณลักษณะอาหารที่คนทั่วโลกรัก ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมอันล้นหลามในเวทีนานาชาติ
เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการ รสชาติที่หายไป หรือ The Lost Taste ภายใต้แนวคิด The Living Heritage โดยได้รวบรวมองค์ความรู้และมรดกอาหารถิ่นที่กำลังเสี่ยงสูญหายกว่า 231 เมนู นำมาพัฒนาให้กลายเป็นประสบการณ์ด้านอาหารและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมทั้งรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้
นอกจากนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้พัฒนาเกณฑ์รับรอง Thailand Best Local Food โดยอาศัยข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ 7 คน และความเห็นของผู้บริโภคกว่า 400 ตัวอย่าง แบ่งการรับรองออกเป็น 2 สาขาหลัก ได้แก่ สาขา Classic สำหรับอาหารที่ยังคงสูตรและอัตลักษณ์ดั้งเดิม และสาขา Creative + Innovation สำหรับการต่อยอดอาหารในรูปแบบร่วมสมัย พร้อมคัดเลือกร้านอาหารต้นแบบ 5 ร้านเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 5 ซีรีส์ และเตรียมจัดกิจกรรม The Lost Taste Special Course ในเดือนกันยายนนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การนำทุนทางวัฒนธรรมด้านอาหารมาผสานเข้ากับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหรือที่เรียกว่า Gastronomy Tourism ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการกระจายรายได้สู่ชุมชนระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน การสร้างเกณฑ์มาตรฐานและการรับรองที่ชัดเจนช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ขณะที่การติดอันดับ 7 ของโลกในด้านอาหารและอันดับ 12 ในด้านสถานที่น่าไปเยือน เป็นเครื่องยืนยันว่าทุนทางวัฒนธรรมไทยมีศักยภาพสูงมากในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์จริงนอกเหนือจากเมืองท่องเที่ยวหลัก
"รัฐบาล มุ่งให้การอนุรักษ์อาหารท้องถิ่น ไม่หยุดอยู่เพียงการบันทึกสูตร แต่ต้องทำให้มรดกเหล่านี้มีคนทำ มีคนกิน มีคนเดินทางไปสัมผัส และสร้างรายได้ให้กับชุมชน"
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น