แผนลวงลับเปลี่ยนเครื่องบินของทรัมป์ สะท้อนความขัดแย้งส่วนตัวกับอิหร่าน
การสลับตัวเครื่องบินประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างลับๆ หลังการประชุมนาโตที่ตุรกี เผยให้เห็นภัยคุกคามที่ยังคงมีอยู่และความบาดหมางส่วนตัวระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และอิหร่าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โดนัลด์ ทรัมป์ แอบเปลี่ยนไปขึ้นเครื่องบินลำสำรองขากลับจากตุรกี
- เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุมีข่าวกรองภัยคุกคามจากขีปนาวุธของอิหร่าน
- ทรัมป์เคยเผยว่าตนเองตกเป็นเป้าหมายการลอบสังหารจากอิหร่านหลายครั้ง
การเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอดนาโตที่ประเทศตุรกีเมื่อเดือนที่ผ่านมา กลายเป็นเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องเปลี่ยนไปขึ้นเครื่องบินลำสำรองอย่างลับๆ โดยทิ้งให้สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวส่วนใหญ่โดยสารเครื่องบินโบอิ้ง 747 แอร์พอร์ตฟอร์วันลำหลัก เพื่อใช้เป็นเครื่องบินลวงตาจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น
แผนการสลับตัวครั้งนี้มีความซับซ้อนอย่างมาก โดยตัวประธานาธิบดีถูกขนย้ายเข้าและออกจากอากาศยานด้วยรถบรรทุกส่งอาหาร (Catering truck) หลังจากที่เจ้าหน้าที่อเมริกันได้รับรายงานข่าวกรองที่เชื่อถือได้ว่าอาจมีการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่านพุ่งเป้ามาที่แอร์พอร์ตฟอร์วัน แม้ทำเนียบขาวจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับภัยดังกล่าวน้อยมาก แต่เหตุการณ์นี้ก็ตอกย้ำความตึงเครียดอันยาวนานระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้เป็นอย่างดี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เบื้องหลังความขัดแย้งนี้มีความเป็นมาที่ยาวนานย้อนไปถึงเดือนมกราคม 2020 เมื่อทรัมป์ในสมัยดำรงตำแหน่งวาระแรก สั่งปฏิบัติการโจมตีด้วยมิสไซล์สังหารนายพลกาเซ็ม โซเลมานี ผู้นำกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ส่งให้ผู้นำอิหร่านประกาศกร้าวว่าจะต้องมีการแก้แค้นประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล
"I got him before he got me. They tried twice. Well, I got him first."
ภัยคุกคามเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำขู่ลอยๆ เพราะในเดือนกรกฎาคม 2024 เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ ได้จับกุมชายชาวปากีสถานชื่อ อาซิฟ เมอร์ชันต์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ IRGC ในข้อหาสมคบคิดลอบสังหารทรัมป์ และต่อมาในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ทางการยังได้ตั้งข้อหาฟาร์ฮัด ชาเกรี ชาวอัฟกานิสถาน ในแผนการลอบสังหารอีกคดีหนึ่ง โดยเมอร์ชันต์เพิ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดในเดือนมีนาคม 2026 ขณะที่ชาเกรียยังคงหลบหนีอยู่
เหตุการณ์การใช้รถขนอาหารเพื่ออำพรางตัวในตุรกีถือเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่หาได้ยาก แม้ว่าอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายคนเคยเดินทางเยือนพื้นที่สงครามอย่างอัฟกานิสถานหรืออิหร่านโดยปกปิดเป็นความลับ แต่การต้องหลบภัยจากชาติคู่อริขณะเดินทางกลับจากการประชุมพันธมิตรระดับนานาชาติสะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงส่วนตัวของผู้นำสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเด็นที่หน่วยข่าวกรองต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดตลอดเวลา
แม้ว่ารัฐบาลอิหร่านจะปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการลอบสังหารเหล่านี้ แต่สถานการณ์การสู้รบและการเผชิญหน้ายังคงดำเนินต่อไป ส่งผลให้ความปลอดภัยส่วนตัวของผู้นำสหรัฐฯ กลายเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอในการเผชิญหน้าระหว่างสองประเทศ
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น