ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ชัยชนะ โต้เดือดปมบ้องหูรองผกก. ยันความสัมพันธ์แน่นแฟ้นเหมือนญาติ

นายชัยชนะปฏิเสธข่าวลือทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับ ย้ำความสัมพันธ์ยังรักกันดีและเพิ่งร่วมงานศพด้วยกันเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
12 Aug 2026ที่มา: Matichon Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
ชัยชนะ โต้เดือดปมบ้องหูรองผกก. ยันความสัมพันธ์แน่นแฟ้นเหมือนญาติ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายชัยชนะปฏิเสธข่าวลือกรณีทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับโดยสิ้นเชิง
  • ยืนยันความสัมพันธ์สนิทสนมเหมือนญาติและเพิ่งเจอกันล่าสุดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม
  • ตั้งคำถามถึงกระแสข่าวที่ถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง
  • ชี้แจงประเด็นการเมืองควรยึดถือข้อเท็จจริงในการนำเสนอต่อประชาชน

นายชัยชนะ ออกมาเปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าตนเองได้กระทำการบ้องหูรองผู้กำกับ โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำการดังกล่าวตามที่ตกเป็นข่าว พร้อมทั้งตั้งคำถามกลับว่าเหตุใดจึงต้องมีการบีบคั้นตนเองในเรื่องนี้ เนื่องจากตนไม่ได้ทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

นอกจากนี้ นายชัยชนะยังได้กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวที่เชื่อมโยงว่าสาเหตุมาจากปัญหาเรื่องการไม่ช่วยหาเสียง โดยอธิบายว่าตนและรองผู้กำกับเป็นบุคคลที่สนิทสนมคุ้นเคยกันดี มีการพบปะพูดคุยและหยอกล้อกันเป็นปกติวิสัยประสาคนสนิท พร้อมกับตั้งข้อสังเกตถึงความรวดเร็วและความรุนแรงของข่าวที่ถูกเผยแพร่ออกมา

"ส่วนตัวผม ยืนยันว่าผมไม่ได้ทำ แล้วจะมาบีบคั้นอะไรผมอีก ซึ่งไม่มีอะไรเพราะผมไม่ได้ทำ"

นายชัยชนะ

เหตุการณ์ที่ถูกอ้างอิงในข่าวนั้นระบุว่าเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม แต่ในวันต่อมาคือวันที่ 11 สิงหาคม ทั้งคู่ได้เดินทางไปร่วมงานศพและยังได้พบปะพูดคุยทักทายกันตามปกติ รวมถึงมีการถ่ายภาพครอบครัวร่วมกัน เนื่องจากมีความสนิทสนมกันเสมือนญาติมิตร ทำให้นายชัยชนะรู้สึกงุนงงกับข่าวที่ปรากฏออกมา

การนำเสนอข่าวสารทางการเมืองในปัจจุบันมักมีความรวดเร็วและอาจมีการขยายความเกินจริงจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น การที่บุคคลสาธารณะตกเป็นเป้าของข่าวลือจึงสะท้อนถึงบรรยากาศทางการเมืองที่มีการแข่งขันสูง การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคู่กรณีจึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจสถานการณ์อย่างรอบด้าน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

เมื่อถูกถามว่ามองว่าเหตุการณ์นี้เป็นการกลั่นแกล้งหรือพยายามดิสเครดิตหรือไม่ นายชัยชนะระบุว่าสามารถมองได้ทั้งสองมุมมอง แต่การเล่นการเมืองควรกลับมาอยู่บนพื้นฐานของการนำเสนอข้อเท็จจริงที่แท้จริงให้ประชาชนได้รับทราบ พร้อมทั้งตัดพ้อด้วยประโยคว่า "เกิดเป็นแทน ก็เป็นอย่างนี้แหละ" เมื่อถูกถามถึงการพุ่งเป้ามาที่ตนเอง

Thai parliament building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในส่วนของการพูดคุยหลังเกิดกระแสข่าว นายชัยชนะระบุว่าได้พูดคุยโทรศัพท์กับรองผู้กำกับตามปกติเนื่องจากมีความสนิทสนมกัน โดยทางรองผู้กำกับเองก็รู้สึกงงกับข่าวที่เกิดขึ้นและยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ พร้อมตั้งคำถามทิ้งท้ายถึงสื่อมวลชนเกี่ยวกับการให้ความเป็นธรรม เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่าเรื่องราวระหว่างคนทั้งสองไม่ได้มีปัญหาและยังคงมีความรักใคร่กลมเกลียวกันดี

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้