ดีเอสไอคุมเข้มพกปืน รุทธพลย้ำต้องมีใบอนุญาตจากอธิบดี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแจงระเบียบดีเอสไอ กรณีพกอาวุธปืนต้องผ่านระบบตรวจสอบสองชั้น พร้อมเผยนายกฯ สั่งสุ่มตรวจผู้ติดตามช่วงเปิดสภา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ เผยดีเอสไอมีระเบียบพกปืนระบบสองชั้น
- เจ้าหน้าที่ที่จำเป็นต้องพกปืนต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีดีเอสไอ
- นายกรัฐมนตรีสั่งมาตรการสุ่มตรวจผู้ติดตามในช่วงเปิดสภา
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาเปิดเผยถึงมาตรการควบคุมการพกอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศใช้มาตรการห้ามเจ้าหน้าที่พกปืน โดยระบุว่าในส่วนของดีเอสอินั้นมีระเบียบภายในที่รัดกุมอยู่แล้ว
พล.ต.ท.รุทธพล อธิบายเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอในบางส่วนที่จำเป็นต้องพกพาอาวุธปืน จะต้องมีใบพกพาและอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น นอกจากนี้ยังต้องมีใบยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นระบบการตรวจสอบสองชั้นเพื่อความโปร่งใสและปลอดภัย
มาตรการควบคุมการพกอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่รัฐในสังกัดกระทรวงต่างๆ ถือเป็นประเด็นสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยระบบตรวจสอบสองชั้นหรือการต้องได้รับอนุมัติจากผู้บริหารระดับสูงอย่างอธิบดีกรม ถือเป็นการจำกัดขอบเขตไม่ให้มีการใช้อาวุธนอกเหนือจากภารกิจหน้าที่อย่างแท้จริง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายคุมเข้มความปลอดภัยในภาพรวมของรัฐบาล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของการกำชับเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมระบุว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ของดีเอสไอที่มีความจำเป็นต้องมีอาวุธปืน ทั้งในส่วนของการเบิกจ่ายปืนราชการ และอาวุธปืนส่วนตัว จะต้องได้รับการอนุญาตจากอธิบดีดีเอสไอก่อนทุกครั้ง พร้อมกันนี้ พล.ต.ท.รุทธพล ยังได้กล่าวถึงกรณีส่วนตัวในฐานะอดีตนายตำรวจว่า ตนมีอาวุธปืนที่เก็บไว้ที่บ้านพร้อมใบ ป.4 เพื่อปกป้องทรัพย์สินตามกฎหมายตั้งแต่สมัยรับราชการ แต่เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติงานภาคสนามจึงไม่เคยพกปืน และยิ่งในปัจจุบันก็ยิ่งไม่มีความจำเป็นต้องพกพาแต่อย่างใด
นอกจากนี้ พล.ต.ท.รุทธพล ยังได้กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม ครม. ด้วยว่า จะมีการสุ่มตรวจกลุ่มผู้ติดตามของบุคคลสำคัญ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ดีในการตรวจสอบว่าผู้ติดตามนั้นเป็นตัวจริงหรือแอบอ้าง และคาดว่าจะมีปฏิบัติการตรวจสอบจริงในช่วงวันเปิดสภา
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น