ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Google ทดสอบระบบ AI ทางการแพทย์ AMIE คุยผ่านวิดีโอเทียบเท่าแพทย์จริง

Google เผยผลทดสอบ AMIE เวอร์ชันวิดีโอในการปรึกษาแพทย์ทางไกล ได้คะแนนประเมินเทียบเท่าแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป พร้อมสถาปัตยกรรมมัลติเอเจนต์ช่วยลดความหน่วง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Aug 2026ที่มา: AI News3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 15 Aug 2026
แชร์
Google ทดสอบระบบ AI ทางการแพทย์ AMIE คุยผ่านวิดีโอเทียบเท่าแพทย์จริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Google ทดสอบระบบ AI ทางการแพทย์ AMIE แบบวิดีโอคอลกับนักแสดงจำลองผู้ป่วย
  • ผลประเมินจากแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิชี้ว่า AMIE มีคะแนนทัดเทียมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
  • ใช้สถาปัตยกรรมมัลติเอเจนต์แยกการสนทนา การใช้เหตุผล และการรับรู้ข้อมูล
  • ผู้ป่วยจำลองชื่นชอบระบบวิดีโอมากกว่าการแชตข้อความเพราะสื่อสารได้ดีกว่า

Google ได้พัฒนาและทดสอบระบบปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ที่ชื่อว่า AMIE ในรูปแบบวิดีโอ (AMIE Video) โดยทำการปรึกษาทางการแพทย์แบบเรียลไทม์กับนักแสดงผู้ป่วยที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ซึ่งผลการประเมินจากคณะกรรมการแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิพบว่า ระบบ AI ตัวนี้ทำคะแนนได้ทัดเทียมกับแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปในหลายตัวชี้วัดหลัก

สำหรับการทดสอบครั้งนี้มีนักแสดงที่ผ่านการอบรมจำนวน 15 คน มารับบทเป็นผู้ป่วยที่มีอาการป่วยครอบคลุม 5 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคหัวใจและปอด, ช่องท้อง, ตา หู คอ จมูก (HEENT), โรคทางระบบประสาทหรือจิตเวช และโรคเกี่ยวกับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม ทาง Google ระบุชัดเจนว่าจะต้องมีการศึกษาทดลองกับผู้ป่วยจริงและอาการเจ็บป่วยของพวกเขาเองเสียก่อน จึงจะสามารถสรุปผลสำหรับการนำไปใช้งานจริงทางคลินิกได้

artificial intelligence healthcare computer screen

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

เบื้องหลังการทำงานของ AMIE ไม่ได้ใช้โมเดลเดียวในการจัดการทุกอย่าง แต่เลือกใช้สถาปัตยกรรมแบบมัลติเอเจนต์ (multi-agent architecture) ที่ทำงานประสานกัน เนื่องจากพบว่าเอเจนต์ตัวเดียวไม่สามารถรักษาระดับความเร็วในการสนทนาที่เป็นธรรมชาติ พร้อมกับทำการใช้เหตุผลอย่างละเอียดและประมวลผลข้อมูลภาพและเสียงไปพร้อมกันได้ โดยแบ่งหน้าที่ออกเป็น:

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

  • Talker Agent: ทำหน้าที่สื่อสารด้วยเสียงพูดคุยกับผู้ป่วยโดยตรงเพื่อรักษาความราบรื่นในการสนทนา
  • Planner Agent: ทำหน้าที่ประมวลผลเบื้องหลังคอยอัปเดตการวินิจฉัยโรคและแผนการรักษา รวมถึงระบุข้อมูลที่ขาดหายไป
  • Perception Agent: ทำหน้าที่ตรวจสอบสตรีมวิดีโอและเสียงอย่างต่อเนื่องเพื่อมองหาสัญญาณอวจนะภาษาและสิ่งผิดปกติทางกายภาพ
20แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมประเมิน
15นักแสดงผู้ป่วยจำลอง

สถาปัตยกรรมมัลติเอเจนต์ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาคอขวดด้านความหน่วง (Latency) ในระบบ AI สนทนาเชิงลึก การที่ Google แยกส่วนการตอบโต้กับผู้ใช้ ออกจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางคลินิกที่ต้องใช้เวลาประมวลผลมากกว่า ช่วยให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกอึดอัดกับความเงียบระหว่างการสนทนา ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างความไว้วางใจระหว่างแพทย์และผู้ป่วยในการแพทย์ทางไกล

ในการประเมินผลการทดลอง Google ได้จัดรูปแบบการศึกษาแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมหลายกลุ่ม (multi-arm randomised study) โดยมีแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปที่ได้รับการรับรองบอร์ดแล้วจำนวน 10 คน ใช้หน้าจออินเทอร์เฟซวิดีโอเดียวกันกับระบบ AMIE และมีคณะกรรมการอิสระซึ่งประกอบด้วยแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปที่มีประสบการณ์สูงอีก 20 คน ทำหน้าที่ตรวจสอบการปรึกษาทุกครั้งโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานทางคลินิกที่กำหนดไว้

"Evaluators rated the video system higher on eliciting physical signs and proactively guiding actors through virtual examination manoeuvres than either the PCP group or text-only AMIE."

Google

ที่มา: AI News

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้