ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ครม. สั่งคุมเข้มอาวุธปืนช็อกสยองโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ขีดเส้นตายแก้กฎหมายใน 60 วัน พร้อมระงับออกใบอนุญาตปืนเด็ดขาดหลังเกิดเหตุกราดยิงสลด

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
ครม. สั่งคุมเข้มอาวุธปืนช็อกสยองโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายกฯ อนุทินสั่งยกระดับคุมอาวุธปืนทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวหลังเหตุกราดยิง
  • ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่และงดออกใบอนุญาตซื้อปืน (ป.3) ทั่วประเทศทันที
  • เตรียมเสนอแก้ พ.ร.บ.อาวุธปืน ใช้ระบบดิจิทัลและเพิ่มโทษภายใน 60 วัน
  • เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

จากผลกระทบอันรุนแรงของเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นบริเวณโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีสาเหตุจากนักเรียนนำอาวุธปืนของปู่มาก่อเหตุยิงครูและเพื่อนนักเรียนในโรงเรียน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งการด่วนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการมาตรการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวด เพื่อกวาดล้างการครอบครองปืนเถื่อนและปืนผิดกฎหมาย ป้องกันไม่ให้ศาสนสถานหรือสถานศึกษาต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมซ้ำรอย พร้อมกันนี้ยังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามดูแลรักษาผู้บาดเจ็บ รวมถึงเยียวยาจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา รัฐบาลได้แบ่งมาตรการออกเป็นสองส่วนหลักเพื่อให้การทำงานครอบคลุมทุกมิติ โดยมาตรการในระยะเร่งด่วนประกอบด้วย:

  • ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ทั้งหมดทันที
  • ระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน หรือใบ ป.3 จนกว่าจะมีมติ ครม. เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
  • ตรวจสอบใบ ป.3 ทั่วประเทศ ทั้งส่วนที่ยังค้างพิจารณาและที่ยังไม่มีการซื้อขายจริง
  • จัดระเบียบใบอนุญาตให้มีและใช้ หรือใบ ป.4 ให้แก่ผู้ที่ได้รับใบ ป.3 และซื้ออาวุธปืนมาแล้ว
  • ตรวจสอบผู้ค้าอาวุธปืนทั่วประเทศอย่างละเอียด
  • ตรวจสอบจำนวนและแหล่งที่มาของเครื่องกระสุนปืนตามสนามยิงปืนต่างๆ
  • เร่งปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

การที่รัฐบาลตัดสินใจใช้มาตรการระงับใบ ป.3 ควบคู่กับการตรวจสอบใบอนุญาต ป.4 ทั่วประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญในการอุดช่องโหว่ทางกฎหมายที่มักทำให้ปืนถูกส่งต่อสู่มือเยาวชนหรือบุคคลนอกระบบได้ง่าย การนำเทคโนโลยีและระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเชื่อมโยงกับกรมศุลกากรและกรมสรรพากรในระยะยาว จะช่วยให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบเส้นทางการค้าและจัดเก็บอัตลักษณ์ของอาวุธปืนแต่ละกระบอกได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางสากลที่หลายประเทศใช้ในการลดความรุนแรงจากอาวุธปืน

"โดยยืนยันไม่มีการอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนอย่างเด็ดขาด จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง พร้อมกับเร่งจัดระเบียบอาวุธปืนในประเทศ"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล

ในส่วนของมาตรการระยะยาว นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้มีการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืน โดยมีสาระสำคัญคือการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการขออนุญาตจนถึงการซื้อขาย พร้อมเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับกรมศุลกากรและกรมสรรพากร เพิ่มการจัดเก็บอัตลักษณ์ของอาวุธปืน ควบคุมการค้าและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ พร้อมทั้งเพิ่มบทกำหนดโทษให้รุนแรงยิ่งขึ้นสำหรับผู้กระทำความผิด โดยร่างกฎหมายฉบับแก้ไขนี้จะต้องเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายในระยะเวลา 60 วัน

Thai parliament building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้