ผู้ใช้ Claude เดือด! ระบบใส่วอเตอร์มาร์กใหม่จาก Anthropic ทำคนแอบใช้ทำงาน-เรียนโดนจับได้
มาตรการใส่วอเตอร์มาร์กใหม่ของ Anthropic เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย EU AI Act กำลังสร้างความไม่พอใจให้ผู้ใช้บางส่วนบน Reddit ที่กังวลว่าจะถูกจับได้ว่าแอบพึ่งพา AI

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Anthropic เพิ่มระบบวอเตอร์มาร์กเพื่อปฏิบัติตาม Transparency Code ของ EU AI Act
- ผู้ใช้บน Reddit บางรายวิจารณ์ว่าระบบนี้รังแกผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ประสงค์ร้าย
- อีกมุมมองแย้งว่านักเรียนหรือนักเขียนที่ใช้ AI อย่างถูกต้องจะไม่ได้รับผลกระทบ
หลังจากที่บริษัท Anthropic ตัดสินใจเปิดตัวนโยบายใหม่เพื่อสอดรับกับข้อกำหนด Transparency Code ภายใต้กฎหมาย EU AI Act ซึ่งกำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีต้องใส่เครื่องหมายระบุเนื้อหาที่สร้างหรือถูกแก้ไขด้วยปัญญาอ่อน เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถตรวจสอบได้ทันที แม้ว่ากลุ่มผู้กำกับดูแลในฝั่งยุโรปจะพึงพอใจกับเรื่องนี้ แต่ฝั่งของผู้ใช้งาน AI กลับแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
กระแสความไม่พอใจดังกล่าวเริ่มปะทุขึ้นบนแพลตฟอร์ม Reddit โดยมีบัญชีผู้ใช้รายหนึ่งที่ชื่อว่า visionode ซึ่งใช้งานมาได้เพียงสาม semaines หรือสามสัปดาห์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความโจมตีมาตรการใหม่นี้อย่างรุนแรง โดยมองว่าระบบใส่วอเตอร์มาร์กเปรียบเสมือนแผนสมรู้ร่วมคิดอันโหดร้ายที่มุ่งเล่นงานผู้ใช้งานแชทบอตผู้บริสุทธิ์ทั่วโลก และระบุว่าในขณะที่ผู้ใช้ Claude สายเทคนิคอาจจะหลบเลี่ยงร่องรอยการใช้ AI ได้ด้วยการเรียบเรียงประโยคใหม่ผ่านบริการอื่น แต่ผู้ใช้ทั่วไปจะไม่มีทางรอดพ้น
"ใครที่จะโดนจับได้? คุณไง นักเรียนที่ใช้ Claude จัดระเบียบย่อหน้า นักข่าวที่ให้ AI สรุปบันทึกการประชุมสองร้อยหน้า นักเขียนที่สมองตันแล้วขอคำพ้องความหมาย คนพวกนั้นจะเดินออกจากกระบวนการนี้พร้อมรอยสักดิจิทัลบนหน้าผาก"
visionode

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากผู้ใช้อื่นๆ ในชุมชนออนไลน์ไม่ได้เห็นพ้องกับมุมมองที่ตื่นตูมดังกล่าว โดยมีผู้เข้ามาคอมเมนต์โต้แย้งว่าการที่นักข่าวให้ AI ช่วยสรุปเอกสารยาวสองร้อยหน้าจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากวอเตอร์มาร์ก เว้นเสียแต่นักข่าวคนนั้นจะคัดลอกข้อความสรุปไปแปะลงในบทความแบบคำต่อคำ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ผิดจรรยาบรรณและไม่ควรทำอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตรายอื่นร่วมแสดงความเห็นเชิงเหน็บแนมและบอกให้เจ้าของโพสต์ใจเย็นลง พร้อมตั้งคำถามถึงขอบเขตการอ้างสิทธิ์ในผลงานว่าหาก Claude ช่วยเขียนโค้ดหรือเนื้อหาจากคำสั่ง บริบท และการตัดสินใจของผู้ใช้ทั้งหมด ตัว AI เองกำลังเคลมเครดิตอะไรกันแน่
การที่ Anthropic ตัดสินใจใส่ระบบวอเตอร์มาร์กในครั้งนี้สะท้อนถึงแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ในทวีปยุโรป โดยเฉพาะ EU AI Act ที่ต้องการความโปร่งใสสูงสุดเพื่อป้องกันการแพร่ กระจายของเนื้อหาปลอมแปลง ขณะที่ฝั่งผู้ใช้งานเองก็มีความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในผลงานที่ตนเองเป็นคนป้อนคำสั่งและคัดกรองขั้นตอนต่างๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความขัดแย้งนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรม AI ในการสร้างสมดุลระหว่างความโปร่งใสตามกฎหมายกับอิสรภาพในการสร้างสรรค์ของผู้ใช้งาน
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น