ข้ามไปเนื้อหาหลัก

อนุทินสั่งคุมเข้ม 10 ล้านกระบอก รื้อใบอนุญาตปืนอายุ 3 ปี ด้านปชน.จี้ กกต. เคลียร์ปมเส้นเงิน 8.6 แสน

นายกฯ สั่งจัดระเบียบอาวุธปืนครั้งใหญ่หลังยอดพุ่ง 10 ล้านกระบอก จ่อกำหนดใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี พร้อมห้ามจำนำปืน ขณะที่พรรคประชาชนจี้ กกต. แจงปมเส้นเงิน 860,000 บาทโยงสืบสวนเลือกตั้ง ส.ว.

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Aug 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
อนุทินสั่งคุมเข้ม 10 ล้านกระบอก รื้อใบอนุญาตปืนอายุ 3 ปี ด้านปชน.จี้ กกต. เคลียร์ปมเส้นเงิน 8.6 แสน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายกรัฐมนตรีลั่นอาวุธปืนในไทยมีกว่า 10 ล้านกระบอก เกินกว่าประชากร 70 ล้านคน
  • เตรียมรื้อกฎหมายอาวุธปืนปี 2490 กำหนดให้ใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี และห้ามนำไปจำนำ
  • พรรคประชาชนจี้ กกต. ชี้แจงปมเส้นเงิน 860,000 บาทจากนักการเมืองโยงพนักงานสืบสวน

สถานการณ์ควบคุมอาวุธปืนในประเทศไทยเตรียมยกระดับความเข้มข้นขึ้นอย่างจริงจัง หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ออกมาเน้นย้ำถึงปัญหาการมีอาวุธปืนครอบครองในปริมาณที่สูงมาก พร้อมทั้งประกาศมาตรการจัดระเบียบครั้งใหญ่เพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรงและผลกระทบทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีที่ลูกพรรคหลายคนมีอาวุธปืนในครอบครอง ซึ่งจะต้องถูกตรวจสอบผ่านบัญชีทรัพย์สินอย่างโปร่งใส

นายกรัฐมนตรีระบุถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่ามีการยกเลิกการออกใบ ป.3 ซึ่งหมายความว่าขณะนี้จะยังไม่มีการอนุมัติให้ซื้ออาวุธปืนเพิ่มเติมจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่าปัจจุบันประเทศไทยมีอาวุธปืนมากถึง 10 ล้านกระบอก ในขณะที่จำนวนประชากรทั้งประเทศมีอยู่ราว 70 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่สูงเกินไปและสร้างความกังวลด้านความปลอดภัย

10Mจำนวนอาวุธปืนในไทย
70Mจำนวนประชากรไทย
3 ปีอายุใบอนุญาตปืนเสนอใหม่

ในประเด็นเรื่องการป้องกันตัวและการใช้กำลัง นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงดราม่ากรณีห้ามยิงโจรในบ้าน โดยยอมรับว่าอาจจะสื่อสารสั้นไปนิดนึง แต่มีเจตนารมณ์หลักคือต้องการเตือนสติให้ประชาชนอยู่ห่างไกลจากอาวุธปืน เนื่องจากปืนไม่เคยสร้างสิ่งที่ดีให้กับใคร ผู้ถูกยิงอาจบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนผู้ใช้ปืนต้องเผชิญปัญหาขึ้นโรงขึ้นศาลเพื่อพิสูจน์ความจริงว่าเป็นการป้องกันตัวควรแก่เหตุหรือไม่ พร้อมเน้นย้ำว่าบุคคลสาธารณะหรือผู้แทนราษฎรต้องปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีตามกฎหมาย

Thailand parliament building Bangkok

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

“ผมอาจจะสื่อสารสั้นไปนิดนึง แต่จุดประสงค์และเจตนารมณ์ คือ ไม่อยากให้พวกเราอยู่ใกล้อาวุธปืน เพราะไม่เคยทําสิ่งที่ดีให้คนที่ถูกอาวุธปืนและคนที่ใช้อาวุธปืน”

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

นายอนุทิน

ด้าน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ว่ากฎหมายฉบับเดิมใช้งานมานานตั้งแต่ยุคอะนาล็อก ซึ่งไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ทางรัฐบาลจึงร่วมมือกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการกฤษฎีกาในการออกแบบระบบใหม่ที่เข้มข้นขึ้น โดยเบื้องต้นกำหนดให้ใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนมีอายุ 3 ปี แทนที่จะไม่มีวันหมดอายุเช่นในอดีต พร้อมทั้งควบคุมการโอนและการนำปืนไปจำนำ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายเนื่องจากผู้รับจำนำจะกลายเป็นผู้ครอบครองปืนเถื่อนทันที นอกจากนี้ยังพบปัญหาว่ากระสุนปืนมีจำนวนมากเกินสัดส่วนของตัวปืน โดยบางกระบอกมีกระสุนมากถึง 30 ถึง 40 นัด จึงต้องมีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด

การปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านระบบควบคุมจากแบบแมนนวลไปสู่ดิจิทัลแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยปิดช่องโหว่เรื่องการสวมสิทธิ์ การครอบครองปืนเถื่อน และการจำนำนอกระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากอาวุธปืนในสังคมไทยลงได้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ในแวดวงการเมืองฝั่งฝ่ายค้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีเส้นทางการเงินจำนวน 860,000 บาท ที่มีการโอนจากนักการเมืองสีน้ำเงินในจังหวัดอำนาจเจริญไปยังพนักงานสืบสวนของ กกต. ช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2567 โดยพรรคประชาชนตั้งคำถามว่าเหตุใด กกต. จึงยังไม่สามารถมีมติเกี่ยวกับผลการสอบสวนเรื่องดังกล่าวได้ ทั้งที่เหตุการณ์ผ่านมานานกว่า 2 ปีแล้ว และต้องการให้ กกต. เปิดเผยผลการสอบสวนต่อสาธารณะเพื่อความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้ง ส.ว.

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้