ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เจาะลึก Pixel Watch 5 กับ 6 ฟีเจอร์ใหม่เอ็กซ์คลูซีฟและชิปทรงพลัง

กูเกิลเปิดตัว Pixel Watch 5 สมาร์ตวอทช์รุ่นใหม่ ดีไซน์ภายนอกถอดแบบมาจากรุ่นก่อนหน้าแต่เสริมพลังด้วยชิปประมวลผล Snapdragon W5 Gen 2 Accelerated และฟีเจอร์เด่นที่ไม่เหมือนใคร

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Aug 2026ที่มา: Lifehacker3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
เจาะลึก Pixel Watch 5 กับ 6 ฟีเจอร์ใหม่เอ็กซ์คลูซีฟและชิปทรงพลัง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Pixel Watch 5 ดีไซน์คล้ายรุ่นก่อนหน้าแต่มาพร้อม 6 ฟีเจอร์เอ็กซ์คลูซีฟใหม่
  • ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon W5 Gen 2 Accelerated รองรับ AI บนตัวเครื่อง
  • เคลมว่าระบบ GPS แม่นยำกว่า Apple Watch Ultra 3 และ Garmin Fenix 8 Pro
  • เพิ่มระบบตรวจจับภาวะหยุดหายใจฉุกเฉินพร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่อัตโนมัติ

หากมองผิวเผิน คุณอาจเข้าใจผิดว่าสมาร์ตวอทช์รุ่นล่าสุดจากกูเกิลอย่าง Pixel Watch 5 คือ Pixel Watch 4 เนื่องจากมันใช้หน้าจอ "Actua 360 display" แบบเดียวกัน ที่ความหนาแน่น 320 พิกเซลต่อนิ้ว และให้ความสว่างสูงสุดถึง 3,000 นิต อีกทั้งยังมีให้เลือกทั้งขนาด 41 มิลลิเมตร และ 45 มิลลิเมตร หากไม่ใช่เพราะสีสันใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ดีไซน์โดยรวมแทบจะไม่ต่างจากปีที่แล้วเลย

ยิ่งไปกว่านั้น ซอฟต์แวร์ใหม่หลายตัวที่กูเกิลประกาศเปิดตัวพร้อมกับ Pixel Watch 5 ก็ยังรองรับในนาฬิการุ่นเก่าด้วยเช่นกัน เช่น ฟีเจอร์ "Health Guardian" ที่ช่วยติดตามแนวโน้มการดื้ออินซูลิน ความดันโลหิต และการหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งจะใช้งานได้บน Pixel Watch 4 ตั้งแต่วันเปิดตัวเช่นเดียวกับรุ่นใหม่ ถึงกระนั้น Pixel Watch 5 ก็ยังมีจุดเด่นที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัว 6 อย่างที่ไม่สามารถหาได้ในรุ่นเก่า

50%แรมที่เพิ่มขึ้น
20%ความเร็วรวมที่เพิ่มขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญอยู่ภายใน เมื่อ Pixel Watch 5 ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon W5 Gen 2 Accelerated ซึ่งอัปเกรดมาจากรุ่นก่อนหน้า โดยกูเกิลระบุว่าชิปตัวนี้ช่วยประมวลผลฟีเจอร์ AI บนตัวเครื่องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงฟีเจอร์ "Raise to Talk" ที่ให้คุณสั่งการ Gemini ได้เพียงแค่ยกข้อมือขึ้นมา โดยทำงานเสร็จสิ้นทันทีด้วยความหน่วงต่ำ แม้ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ตาม นอกจากนี้ ชิปดังกล่าวยังมาพร้อมแรมที่มากกว่าเดิม 50% และซีพียูที่แรงขึ้น 12% ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมเร็วขึ้น 20%

smartwatch fitness tracking screen

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การที่กูเกิลเลือกใช้ชิปตระกูล Accelerated พร้อมเสริมหน่วยความจำและหน่วยประมวลผล สะท้อนถึงทิศทางของอุปกรณ์สวมใส่ที่พึ่งพาปัญญาประดิษฐ์แบบ On-device มากขึ้น การประมวลผลคำสั่งเสียงหรือระบบ AI บนนาฬิกาโดยตรงช่วยลดการพึ่งพาสมาร์ตโฟนและอินเทอร์เน็ต ทำให้ตอบสนองได้รวดเร็วและเป็นส่วนตัวกว่าเดิม ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของแบรนด์ไอทีในปัจจุบันที่ต้องการสร้างความต่างให้สมาร์ตวอทช์ไม่ใช่แค่เครื่องมือออกกำลังกาย แต่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ในด้านความแม่นยำ กูเกิลได้กล่าวอ้างค่อนข้างสูงว่า Pixel Watch 5 มีระบบติดตามเส้นทาง GPS ที่แม่นยำที่สุดในบรรดานาฬิกา Pixel ทุกรุ่น และยังเหนือกว่า Apple Watch Ultra 3 รวมถึง Garmin Fenix 8 Pro ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย โดยอาศัยการดึงข้อมูลจาก Google Maps เพื่อแกะรอยเส้นทางสัญญาณดาวเทียมผ่านโมเดลอาคาร 3 มิติ พร้อมเชื่อมต่อกับสถานีตรวจวัดสภาพอากาศทั่วโลกแบบเรียลไทม์เพื่อปรับค่าตามสภาพบรรยากาศท้องถิ่น

สำหรับการติดตามสุขภาพและการนอนหลับ Pixel Watch 5 มีความแม่นยำในการตรวจจับช่วงเวลานอนหลับเพิ่มขึ้น 15% พร้อมระบบอัตโนมัติก่อนนอนที่จะหยุดเล่นหนังสือเสียงให้คุณโดยอัตโนมัติเมื่อคุณหลับไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีหน้าปัดนาฬิกาใหม่ 2 แบบ และสไตล์กล่องข้อมูลแบบ "glanceable" อีก 11 แบบ รวมไปถึงตัวเลือกสีใหม่ 3 สี ได้แก่ Fog, Olive และ Canyon (เฉพาะรุ่น 41 มิลลิเมตร) หรือรุ่นพิเศษ Stephen Curry Special Edition สำหรับขนาด 45 มิลลิเมตร

ฟีเจอร์ด้านสุขภาพอีกหนึ่งอย่างที่มีเฉพาะใน Pixel Watch 5 คือ "breathing emergency detection" หรือระบบตรวจจับภาวะหายใจฉุกเฉิน โดยใช้ AI บนตัวเครื่องอ่านค่าจากเซ็นเซอร์ PPG, อะเซเลอโรมิเตอร์ และบารอมิเตอร์พร้อมกัน เพื่อตรวจจับว่าผู้สวมใส่หยุดหายใจหรือไม่ ซึ่งอาจเกิดจากอุบัติเหตุสารพิษ โรคปอดบวม หรือการสำลัก หากนาฬิกาตรวจพบและผู้ใช้ไม่ตอบสนอง ระบบจะติดต่อไปยังหน่วยบริการฉุกเฉินพร้อมแชร์ตำแหน่งแบบสดให้ทันที โดยฟีเจอร์นี้จะเริ่มเปิดให้บริการในยุโรปเป็นแห่งแรก

ที่มา: Lifehacker

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้