ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กกต. ชงศาลรธน. ฟันใบแดงและคดีอาญา “ก้องเกียรติ” ปมรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติ

คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญากับ สส. พรรคกล้าธรรม หลังพบประวัติคดีลักทรัพย์เมื่อปี 2542

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
กกต. ชงศาลรธน. ฟันใบแดงและคดีอาญา “ก้องเกียรติ” ปมรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กกต. มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญฟันใบแดงและดำเนินคดีอาญา "ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ" สส.พรรคกล้าธรรม
  • ปมสมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
  • อ้างอิงคดีเก่าเมื่อปี 2542 ที่เคยถูกศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษาจำคุกคดีลักทรัพย์

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เผยแพร่คำวินิจฉัยสำคัญเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีมติเด็ดขาดให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัครและผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราชสังกัดพรรคกล้าธรรม พร้อมทั้งให้ดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเฉียบขาด

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลง หลังจากที่นางมุกดาวรรณ เลื่องศรีนิล อดีต สส.จากพรรคภูมิใจไทย ถูกศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี จนต้องมีการจัดการเลือกตั้งซ่อมขึ้นใหม่ในพื้นที่

Thai parliament building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

จากการตรวจสอบเชิงลึกของ กกต. พบข้อเท็จจริงว่า นายก้องเกียรติซึ่งเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งและเข้ามาดำรงตำแหน่ง สส. ในครั้งนี้ เคยมีประวัติถูกศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษาถึงที่สุดในคดีลักทรัพย์เมื่อปี 2542 โดยในครั้งนั้นศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ ก่อนจะมีการลดโทษเหลือจำคุก 6 เดือน พร้อมทั้งปรับและให้รอการลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ประเด็นเรื่องลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง สส. ถือเป็นกรอบกติกาสำคัญที่ผู้สมัครทุกคนต้องตรวจสอบประวัติของตนเองอย่างรอบคอบ การที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาแม้จะรอการลงโทษ ก็ยังคงส่งผลให้ขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12) ซึ่งออกแบบมาเพื่อรักษามาตรฐานความสุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ทาง กกต. ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ในขั้นตอนการยื่นใบสมัครเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 นั้น นายก้องเกียรติได้ลงลายมือชื่อในเอกสารรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามใดๆ ทางกฎหมาย การกระทำดังกล่าวจึงมีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเจ้าตัวรู้อยู่แล้วว่าตนเองขาดคุณสมบัติแต่ยังฝืนลงสมัครรับเลือกตั้ง

ความผิดดังกล่าวทำให้เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 มาตรา 54 และมาตรา 151 ประกอบมาตรา 42 (12) รวมถึงมีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ส่งผลให้การเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ในส่วนของนายก้องเกียรติถูกมองว่าไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้