เจาะลึก Yang Zhilin จากอดีตมือกีตาร์ร็อกสู่นักวิจัยสมองกลเบื้องหลัง Moonshot AI และ Kimi K3
ทำความรู้จักซีอีโอหนุ่มผู้ก่อตั้ง Moonshot AI เจ้าของผลงานโมเดล 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์ที่กำลังเขย่าวงการ AI โลก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Yang Zhilin ผู้ก่อตั้ง Moonshot AI เคยตั้งวงร็อกและได้แรงบันดาลใจชื่อบริษัทจากอัลบั้มโปรดวง Pink Floyd
- เปิดตัวโมเดล Open-weight Kimi K3 ขนาด 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026
- เป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานวิจัยระดับตำนานอย่าง Transformer-XL และ XLNet สมัยเรียนปริญญาเอกที่ Carnegie Mellon
- ตั้งเป้าหมายนำ Moonshot AI มุ่งสู่ AGI ด้วยแนวคิดผสานอุดมคติแบบ OpenAI และปรัชญาธุรกิจแบบ ByteDance
สำนักงานใหญ่ของ Moonshot AI ในย่านจงกวนชุน กรุงปักกิ่ง ซ่อนกลิ่นอายทางดนตรีไว้ในทุกมุม โดยห้องประชุมภายในบริษัทถูกตั้งชื่อตามวงร็อกระดับตำนานอย่าง Rolling Stones และ Led Zeppelin ขณะที่ชื่อบริษัทในภาษาจีน 月之暗面 แปลตรงตัวว่า ด้านมืดของดวงจันทร์ ซึ่งถอดมาจากอัลบั้มชุด The Dark Side of the Moon ของวงร็อกระดับโลกอย่าง Pink Floyd เบื้องหลังบรรยากาศเหล่านี้คือวิสัยทัศน์ของชายผู้เคยมีความฝันวัยเด็กอยากเป็นนักร้องร็อกและกวีพเนจร ก่อนจะผันตัวมาเป็นหนึ่งในนักวิจัยปัญญาประดิษฐ์แถวหน้าของวงการ
ชายคนดังกล่าวคือ Yang Zhilin ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Moonshot AI บริษัทสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีนที่สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ หลังการเปิดตัวโมเดล Kimi K3 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 ซึ่งมาในรูปแบบ Open-weight ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดค่าน้ำหนักไปใช้งานได้เอง โดยถือเป็นโมเดลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปล่อยออกมาด้วยจำนวน 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์ จนสามารถทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งบน LMArena Frontend Code Arena แซงหน้าโมเดลชั้นนำอย่าง Claude Fable 5 ได้สำเร็จ
เส้นทางชีวิตของ Yang เริ่มต้นขึ้นในปี 1992 ที่เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง เขาฉายแววความเป็นอัจฉริยะด้านคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ระดับมัธยมด้วยการคว้าชัยชนะจากการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการสายคอมพิวเตอร์ระดับมณฑล ก่อนจะเข้าศึกษาต่อสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัย Tsinghua และสำเร็จการศึกษาในปี 2015 ภายใต้การดูแลของศาสตราจารย์ Jie Tang ผู้ก่อตั้งบริษัท Z.ai ในเวลาต่อมา ยุคที่ศึกษาอยู่ที่ Tsinghua นี้เองที่เขารวมกลุ่มกับเพื่อนฝูงเพื่อฟอร์มวงดนตรีร็อก ซึ่งหนึ่งในสมาชิกวงคือ Zhou Xinyu ผู้ที่จะกลายมาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Moonshot AI ในอนาคต
เบื้องหลังความสำเร็จของ Yang Zhilin สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างสตาร์ทอัพปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้านั้นต้องอาศัยรากฐานทางวิชาการที่แน่นหนาควบคู่กับวิสัยทัศน์เชิงโครงสร้าง การที่เขาผ่านการร่วมงานกับสถาบันวิจัยระดับโลกและบิ๊กเทคอย่าง Google Brain และ Meta AI รวมถึงการตีพิมพ์ผลงานวิจัยที่ถูกอ้างอิงนับพันครั้ง ทำให้เขามองเห็นข้อจำกัดของเทคโนโลยีภาษาตั้งแต่ต้นน้ำ และสามารถนำประสบการณ์เหล่านั้นมาต่อยอดสร้างผลิตภัณฑ์ของตนเองได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทคโนโลยี Generative AI สุกงอม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
หลังจบปริญญาตรี Yang เดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ในสหรัฐอเมริกา และจบการศึกษาในปี 2019 ด้วยเวลาเพียง 4 ปี ซึ่งเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปถึง 2 ปี ภายใต้การชี้นำของศาสตราจารย์ Ruslan Salakhutdinov และศาสตราจารย์ William Cohen นอกจากนี้เขายังมีโอกาสฝึกงานกับทีมวิจัยชั้นนำระดับโลกอย่าง Google Brain ร่วมกับ Quoc V. Le และที่ Meta AI Research กับ Jason Weston รวมทั้งเคยทำงานวิจัยร่วมกับ Yoshua Bengio และ Yann LeCun สองนักวิทยาศาสตร์ผู้ได้รับรางวัล Turing Award
ชื่อเสียงของ Yang เป็นที่ยอมรับในแวดวงการประมวลผลภาษาธรรมชาติ จากการเป็นผู้ร่วมเขียนงานวิจัยชิ้นสำคัญสองฉบับคือ Transformer-XL ในงาน ACL 2019 และ XLNet ในงาน NeurIPS 2019 ซึ่งมียอดการอ้างอิงทางวิชาการมากกว่า 9,000 ครั้ง หัวใจหลักของงานวิจัยทั้งสองชิ้นคือการแก้ปัญหาความจำของโมเดลภาษาที่ไม่สามารถจดจำข้อมูลที่อยู่ห่างกันในข้อความยาวๆ ได้ โดย XLNet สามารถเอาชนะข้อจำกัดของโมเดล BERT ในยุคนั้นด้วยการฝึกแบบ Autoregressive อาจารย์ที่ปรึกษาอย่างศาสตราจารย์ Salakhutdinov เคยระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า Yang เป็นลูกศิษย์อัจฉริยะที่ถูกบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รุมแย่งตัวอย่างหนักหลังเรียนจบ แต่เจ้าตัวกลับเลือกที่จะเดินทางกลับประเทศจีนในปี 2019 เพื่อสร้างบริษัทของตนเองตามความฝัน
"หากไม่ได้ลงมือทำสตาร์ทอัพ คงเสียใจไปตลอดชีวิต"
Yang Zhilin (อ้างอิงผ่านศาสตราจารย์ Ruslan Salakhutdinov)
ก่อนหน้าจะมาก่อตั้ง Moonshot AI Yang เคยร่วมก่อตั้งบริษัท Recurrent AI ในปี 2016 เพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์บทสนทนางานขาย รวมถึงเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการโมเดลขนาดใหญ่ระดับชาติอย่างโมเดล PanGu ของ Huawei และโมเดล Wu Dao ของ Beijing Academy of Artificial Intelligence จนกระทั่งในเดือนมีนาคม 2023 คลื่นระลอกใหญ่ของ Generative AI ได้ผลักดันให้เขาร่วมมือกับเพื่อนจากรั้ว Tsinghua จัดตั้ง Moonshot AI ขึ้นที่กรุงปักกิ่ง โดยมีทีมงานแกนหลักประกอบด้วย Zhang Yutao, Zhou Xinyu และ Wu Yuxin
เป้าหมายที่ Yang วางไว้ตั้งแต่วันแรกคือการมุ่งหน้าสู่ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปหรือ AGI โดยเขามองว่าการทำกำไรเป็นเพียงเครื่องมือไม่ใช่ปลายทาง และเคยเผยวิสัยทัศน์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ว่าต้องการสร้าง Moonshot AI ให้เป็นการผสมผสานระหว่างอุดมคติทางเทคโนโลยีแบบ OpenAI และปรัชญาการทำธุรกิจแบบ ByteDance จุดเด่นสำคัญที่ทำให้บริษัทแจ้งเกิดในตลาดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 คือการชูจุดขายด้าน Long Context ผ่านโมเดลตัวแรกที่รองรับการป้อนข้อความภาษาจีนได้ถึง 200,000 ตัวอักษรในคราวเดียว สะท้อนความเชื่อมั่นของ Yang ว่าการขยายขีดความสามารถในการจดจำและประมวลผลข้อความยาวๆ คือกุญแจสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์ AI เฉพาะบุคคลที่ดีที่สุด
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น