Minor International เลื่อนแผนตั้งทรัสต์โรงแรมมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์
บริษัทประกาศชะลอการเสนอขายหุ้น REIT ของโรงแรมบนตลาดหุ้นสิงคโปร์ ชี้ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สร้างความไม่แน่นอน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Minor International สั่งชะลอแผนนำทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์
- บริษัทอ้างอิงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ย และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จากตะวันออกกลาง
- เป้าหมายการเติบโตยังคงเดินหน้าด้วยแผนขยายพอร์ตโฟลิโอจาก 636 แห่ง เป็น 850 โรงแรมภายในปี 2029
บริษัท Minor International ตัดสินใจเลื่อนแผนการจัดตั้งและนำทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ออกไปก่อน โดยให้เหตุผลถึงสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยในขณะนี้ ซึ่งส่งผลให้แผนการระดมทุนมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว
ทางผู้บริหารของบริษัทระบุว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะประเด็นเรื่องอัตราเงินเฟ้อ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย รวมถึงความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บรรยากาศการลงทุนไม่เหมาะสมสำหรับการเปิดตัว REIT ในช่วงเวลานี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้บริษัทจะคาดหวังว่าสถานการณ์หยุดยิงในตะวันออกกลางจะช่วยบรรเทาความกังวลของนักลงทุนลงได้บ้างก็ตาม
"The proposed Minor International hotel REIT was temporarily put on hold given broader macroeconomic uncertainty, particularly around inflation and interest rates, as well as ongoing geopolitical risk,"
Minor International

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ก่อนหน้านี้ Minor International ได้วางแผนเลือกตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เป็นสถานที่ระดมทุน เนื่องจากอัตราผลตอบแทนหรือ REIT yields ในสิงคโปร์มีความน่าสนใจอยู่ที่ระดับ 6-7% ซึ่งมองว่ามีความคุ้มค่ามากกว่าเมื่อเทียบกับระดับ 12-13% ในสหรัฐอเมริกา โดยทรัพย์สินที่เตรียมนำมาพิจารณาเข้ากองทุนคือกลุ่มโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 24% ของพอร์ตทั้งหมด รวมถึงแบรนด์ Tivoli จากยุโรปที่เข้าซื้อกิจการมาตั้งแต่ปี 2016
การชะลอแผน REIT มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังของบริษัทในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เป็นเครื่องมือสำคัญในการปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ที่บริษัทถือครองอยู่ เพื่อนำเงินสดมาหมุนเวียนและขยายกิจการโดยไม่ต้องกู้ยืมเงินเพิ่ม แต่เมื่อตลาดทุนยังมีความเสี่ยงสูง การรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมจึงเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยกว่าการฝืนนำบริษัทเข้าตลาดในภาวะที่นักลงทุนยังลังเล
อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องเผชิญกับการเลื่อนแผนการระดมทุนครั้งนี้ แต่ทาง Minor ยังคงรักษาเป้าหมายทางธุรกิจเชิงรุกไว้อย่างเหนียวแน่น โดยตั้งเป้าการเติบโตของกำไรต่อปีอยู่ที่ 15-20% ยาวไปจนถึงปี 2028 พร้อมทั้งเดินหน้าขยายเครือข่ายโรงแรมจากที่มีอยู่ 636 แห่ง ให้เพิ่มขึ้นไปถึง 850 แห่งภายในปี 2029
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น