ข้ามไปเนื้อหาหลัก

iPhone 18 จ่ออัปเกรด RAM 12GB และเปลี่ยน Dynamic Island ใหม่ ลือเปิดต้นปี 2027

เจฟฟ์ พู นักวิเคราะห์ชื่อดังเผยแผนไอโฟนรุ่นมาตรฐาน เตรียมเพิ่มความจุแรมและปรับดีไซน์เกาะหน้าจอ พร้อมเลื่อนกำหนดการเปิดตัว

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
14 Aug 2026ที่มา: Thairath Lifestyle2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
iPhone 18 จ่ออัปเกรด RAM 12GB และเปลี่ยน Dynamic Island ใหม่ ลือเปิดต้นปี 2027

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • iPhone 18 รุ่นมาตรฐานถูกคาดการณ์ว่าจะเพิ่ม RAM เป็น 12GB
  • ปรับปรุงดีไซน์ Dynamic Island ใหม่ให้ใกล้เคียงรุ่นโปร
  • อาจเลื่อนกำหนดเปิดตัวไปเป็นช่วงต้นปี 2027 แทนเดือนกันยายน

สาวกค่ายผลไม้เตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ เจฟฟ์ พู นักวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทานชื่อดัง ได้ออกมารายงานข้อมูลเชิงลึกชุดใหม่เกี่ยวกับสมาร์ทโฟนรุ่นยอดฮิต โดยระบุว่าไอโฟนรุ่นมาตรฐานในอนาคตจะได้รับการยกระดับสเปกครั้งใหญ่ ทั้งในส่วนของหน่วยความจำแรมที่เพิ่มขึ้นและการปรับโฉมหน้าจอครั้งใหม่

จากการวิเคราะห์ระบุว่า iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน จะมีการเพิ่มขนาด RAM จากเดิม 8GB ไปเป็น 12GB พร้อมกันนี้ยังจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของ Dynamic Island ให้มีลักษณะใกล้เคียงกับรุ่นท็อปอย่าง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ที่มีกำหนดการเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนนี้

modern smartphone circuit board microchip technology

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

12GBความจุ RAM ของ iPhone 18
2027ปีที่คาดว่าจะเปิดตัว

นอกเหนือจากเรื่องสเปกแล้ว กำหนดการเปิดตัวก็นับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ โดยคาดว่าทั้ง iPhone 18, iPhone 18e และ iPhone Air 2 จะขยับเวลาเปิดตัวไปเป็นช่วงต้นปี 2027 แทนที่จะเป็นรอบเดือนกันยายนตามธรรมเนียมปฏิบัติเดิม เนื่องจากตารางงานในงานอีเวนต์ของแอปเปิลช่วงเดือนกันยายนนั้นแน่นขนัดและมีผลิตภัณฑ์ใหม่รอเปิดตัวเป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงการปรากฏตัวของรุ่นใหญ่อย่าง iPhone Ultra ด้วย

การขยับขยายสเปกหน่วยความจำและปรับเปลี่ยนรอบการเปิดตัวของแอปเปิลสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การเพิ่มพื้นที่แรมให้สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญรองรับการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะบนตัวเครื่องที่ต้องใช้ทรัพยากรสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การอัปغรดความจุแรมครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่มีเหตุผลรองรับ เนื่องจากความต้องการทรัพยากรระบบที่สูงขึ้นสำหรับการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่บริษัทกำลังเร่งพัฒนาและผลักดันฟีเจอร์ Apple Intelligence รวมไปถึงการยกระดับผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Siri เวอร์ชันใหม่ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ที่มา: Thairath Lifestyle

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้