Frasers Group เข้าซื้อกิจการ Harvey Nichols ช่วยพนักงานกว่า 1,000 อัตราพ้นวิกฤต
อาณาจักรค้าปลีกของ Mike Ashley เข้าเทคโอเวอร์ห้างหรูระดับตำนาน Harvey Nichols หลังเผชิญปัญหาทางการเงินและแต่งตั้งผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Frasers Group ของ Mike Ashley เข้าควบคุมกิจการห้างหรู Harvey Nichols รวมถึงสาขาแฟลกชิปใน Knightsbridge
- ข้อตกลงนี้ช่วยรักษาตำแหน่งงานมากกว่า 1,000 อัตรา และคุ้มครองอนาคตของผู้ค้าปลีกเก่าแก่อายุ 200 ปี
- ร้านอาหาร Oxo Tower ในกรุงลอนดอนถูกแยกขายออกต่างหากและไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลงนี้
- การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ช่วยเสริมกลยุทธ์ของ Frasers ในการขยายฐานสู่ตลาดสินค้าลักชัวรี
Frasers Group อาณาจักรค้าปลีกภายใต้การนำของ Mike Ashley บรรลุข้อตกลงเข้าควบคุมกิจการร้านค้าทั้งหมดของ Harvey Nichols ซึ่งรวมถึงสาขาเรือธงย่าน Knightsbridge ตลอดจนแฟรนไชส์ในต่างประเทศ โดยการซื้อขายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ห้างสรรพสินค้าหรูรายนี้แต่งตั้งผู้บริหารแผนฟื้นฟูหรือแอดมินิสตราเตอร์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากเผชิญความท้าทายด้านสภาพคล่องอย่างหนัก และเคยเตือนในรายงานบัญชีช่วงต้นสัปดาห์ว่าอาจต้องยุติการดำเนินกิจการภายในหนึ่งปีหากหาเงินลงทุนใหม่ไม่ได้
การประมูลแข่งขันเพื่อชิงกิจการครั้งนี้ทำให้ Frasers ต้องขับเคี่ยวกับคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Next จนกระทั่งสามารถคว้าชัยชนะมาได้ โดยดีลดังกล่าวยังครอบคลุมถึงธุรกิจออนไลน์และการดำเนินร้านค้าภายใต้ใบอนุญาตเดิม ซึ่งปัจจุบัน Harvey Nichols มีพนักงานมากกว่า 1,000 คน และแบกรับแบรนด์พรีเมียมและลักชัวรีกว่า 800 แบรนด์ โดยมีสาขาตั้งอยู่ในเมืองแมนเชสเตอร์ เบอร์มิงฮัม บริสตอล ลีดส์ และเอดินบะระ
ย้อนกลับไปในอดีต ห้างแห่งนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและถูกนำไปอ้างอิงในซิตคอมของบีบีซีเรื่อง Absolutely Fabulous โดยตัวละคร Edina และ Patsy มักจะแวะเวียนมาจับจ่ายใช้สอยและรับประทานอาหารกลางวันในช่วงยุค 1990 จนได้ฉายาว่า "Harvey Nicks" ทั้งนี้ Harvey Nichols เคยถูกซื้อกิจการไปเมื่อปี 1991 โดย Sir Dickson Poon นักธุรกิจชาวฮ่องกง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจประกาศขายกิจการในช่วงต้นปีที่ผ่านมาหลังจากการประมูลแข่งขันที่ดุเดือด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"การพลิกฟื้นกิจการจะต้องแลกมาด้วยการตัดสินใจที่ยากลำบาก และเราก็พร้อมที่จะตัดสินใจเหล่านั้น แม้ว่านั่นจะหมายถึงธุรกิจที่มีขนาดเล็กลงในระยะสั้น เพื่อสร้าง Harvey Nichols ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้นในระยะยาว"
สำหรับการดำเนินงานในอนาคต มีการคาดการณ์ว่าทิศทางของ Harvey Nichols ภายใต้สังกัดใหม่จะมีกลยุทธ์ไปในแนวทางเดียวกับแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์อย่าง Flannels มากกว่าร้านอุปกรณ์กีฬา Sports Direct โดยที่ผ่านมา Frasers ได้เข้าซื้อกิจการค้าปลีกชื่อดังมาแล้วหลายแห่ง เช่น Gieves & Hawkes, Agent Provocateur, Jack Wills และ House of Fraser ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยกระดับกลุ่มธุรกิจสู่ตลาดสินค้าหรู รวมถึงการพยายามเข้าซื้อแบรนด์สัญชาติเยอรมันอย่าง Hugo Boss ที่บริษัทถือหุ้นอยู่แล้ว
การเข้าซื้อกิจการ Harvey Nichols ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์เชิงรุกของ Frasers Group ในการสร้างพอร์ตโฟลิโอสินค้าลักชัวรีให้มีความหลากหลายและครบวงจรมากยิ่งขึ้น หลังจากประสบความสำเร็จในการรีแบรนด์และยกระดับ Flannels ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของแฟชั่นไฮเอนด์ การเข้ามาอุ้มห้างหรูเก่าแก่อายุสองศตวรรษนี้จึงไม่ใช่แค่การช่วยเหลือธุรกิจที่กำลังประสบปัญหา แต่เป็นการปักหมุดยุทธศาสตร์สำคัญในใจกลางย่านช้อปปิ้งระดับพรีเมียมของสหราชอาณาจักร แม้จะต้องเผชิญกับการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอดในระยะยาวก็ตาม
ด้าน Lindsay Hallam กรรมการผู้จัดการอาวุโสจาก FTI Consulting ในฐานะผู้ทำแผนฟื้นฟูที่ให้คำปรึกษาแก่ Frasers Group เปิดเผยว่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สามารถหาผู้ซื้อได้สำเร็จ ซึ่งช่วยสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจและรักษาตำแหน่งงานกว่า 1,000 ตำแหน่งเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าร้านอาหารของ Harvey Nichols ที่ตั้งอยู่ใน Oxo Tower กรุงลอนดอน ถูกแยกขายออกไปต่างหากและไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลงการซื้อขายครั้งนี้
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น